หมวดหมู่: สูตรขนม

ทอฟฟี่เค้ก

ทอฟฟี่เค้ก อีกหนึ่งเมนูอร่อยโดนใจของหลาย ๆ คนทอฟฟี่เค้ก อีกหนึ่งเมนูอร่อยโดนใจของหลาย ๆ คน

ทอฟฟี่เค้ก จัดอยู่ในเมนูโปรดของสายหวานไม่น้อย ด้วยเป็นขนมที่มีส่วนผสมหลายอย่างรวมกันและมีแต่ความลงตัวอย่างมาก ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่จะกลายเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ช่วยให้คนรักของหวานเทใจมาไม่ยาก ซึ่งตัวเมนูนี้จะเป็นเค้กช็อกโกแลตราดหน้าคาราเมลและถั่ว ซึ่งถ้าพูดถึงชื่อนี้หลายคนคงคุ้นเคยกันมานานอยู่แล้ว เพราะปรากฏสู่สายตาของคนรักของหวานมานานมาก ส่วนแท็คเจอร์ของตัวเค้กคือจะมาพร้อมกับความละมุนของเนื้อเค้กชิฟฟ่อน ซึ่งจะไม่หนักมาก และรับกันดีกับคาราเมลและถั่วต่าง ๆ ที่ใส่ลงไป

ทอฟฟี่เค้ก

ลองทำ ทอฟฟี่เค้ก ด้วยตัวเองกับสูตรง่าย ๆ แต่ลงตัว

อย่างที่บอกไปว่า ทอฟฟี่เค้ก เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกอันดับ 1 ของคนรักขนมเค้กหรือเมนูต่าง ๆ ใน เบเกอรี่ ส่วนวิธีการทำ หรือมีทอฟฟี่เค้ก สูตรไหนอร่อย และน่าสนใจกันบ้างขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละคน ดังนั้นเพื่อไม่ให้เสียเวลามาลุ้นวิธีการปั้นหรือวิธีการทำ ทอฟฟี่เค้กง่ายๆ เพื่อเพิ่มความอร่อยในวันว่าง ๆ หรือวันชิล ๆ ของแต่ละคนกันดีกว่าว่าจะสูตรเบื้องต้นของการทำจะมีอะไรกันบ้าง 

วัตถุดิบ 

  • แป้งเค้กหรือแป้งสาลีอเนกประสงค์ 200 กรัม 
  • ผงโกโก้สำหรับทำขนมหรือผงโกโก้ทั่วไป 2 ช้อนโต๊ะ
  • ผงกาแฟบดละเอียด 6 ช้อนโต๊ะ
  • นมผงจืด 2 ช้อนโต๊ะ
  • นมข้นจืด 120 กรัม
  • เนยจืดละลาย 600 กรัม สำหรับทำตัวเค้กและซอสคาราเมล
  • น้ำตาลทราย 440 กรัม หรืออาจจะมากน้อยกว่าเล็กน้อย 
  • เกลือ ½ ช้อนชา
  • เม็ดมะม่วงหิมพานต์ หรือถั่วตามชอบ 
  • ไข่ไก่  8 ฟอง หรืออาจจะเลือกตามความเหมาะสม
ทอฟฟี่เค้ก

วิธีทำทอฟฟี่เค้ก (เนื้อเค้ก)

  1. เริ่มต้นด้วยการร่อนแป้งและผงฟู รวมถึงนมผง พร้อมกัน ซึ่งควรร่อนแป้งอย่างน้อย 3 รอบ เพื่อเพิ่มความเนียนให้กับเนื้อแป้ง
  2. จากนั้นใส่เนยละลายที่เย็นแล้วลงไปในอ่างผสม 300 กรัม และตามมาด้วยตอกไข่ตีด้วยความเร็วสูงอยู่ที่ 3 นาที แต่ไม่เกิน 5 นาที 
  3. เติมเกลือและตีจนกระทั่งเนื้อขึ้นฟูเป็นสีขาวเนียน ค่อย ๆ เติมแป้งลงไป และค่อย ๆ ตะล่อมให้ส่วนผสมแป้ง ทอฟฟี่ เค้ก เป็นเนื้อเดียวกัน 
  4. เทแป้งเค้กลงไปในพิมพ์ที่เตรียมเอาไว้โดยจะต้องทาเนยจืดลงไปก่อน จากนั้นนำเข้าเตาอบ ซึ่ง การ อบทอฟฟี่เค้ก จะต้องใช้ความร้อน 175 องศาเซลเซียส ประมาณ 30 นาที หรือจนกว่าเค้กจะสุก
ทอฟฟี่เค้ก

สูตรและวิธีการทำซอสราดทอฟฟี่เค้ก

  1. เมื่อได้เนื้อ เค้ก แล้วจะขาดตัวของซอสไปได้อย่างไร โดยขั้นตอนแรกคือนำ เนยสด น้ำตาลทราย นมข้นจืด และเกลือใส่ลงไปในหม้อ เปิดไฟอ่อนคนจนน้ำตาลละลาย 
  2. ใส่ผงกาแฟลงไปคนให้ละลาย จากนั้นเติมแป้งสาลีหรือแป้งเค้ก 4 ช้อนโต๊ะ คนจนเนื้อซอสข้นและเหนียวปิดไฟ 
  3. ใส่ถั่วหรือเม็ดมะม่วงหิมพานต์ลงไป คนให้เข้ากันและราดบนหน้าเค้ก
  4. จากนั้นนำเข้าเตาอบอีกรอบโดยใช้เวลา 15 นาที ที่ความร้อน 200 องศาเซลเซียส ขั้นตอนนี้ต้องหมั่นดูอย่าให้ห่าง เพราะมีโอกาสไหม้ได้ 
  5. เมื่อได้เค้กตามที่ต้องการให้ทิ้งไว้จนเย็นจากนั้นแช่ในตู้เย็นก่อนตัดแบ่ง และเสิร์ฟ
อบทอฟฟี่เค้ก

ขนมหวานรสอร่อยพร้อมช่วยเพิ่มรายได้ 

ในส่วนของทอฟฟี่เค้ก (TOFFEE CAKE) จัดอยู่ในเมนูของหวานที่ไม่ได้ทำได้แค่ปลื้มความอร่อยเท่านั้น แต่ทอฟฟี่เค้ก คือ ขนมที่ช่วยสร้างรายได้ให้กับหลายคนมาแล้วเช่นกัน ส่วนทริคสำคัญของ เมนูเค้ก ตัวนี้คือการอบ ซึ่งจะต้องใช้เวลาและใจเย็น ๆ เป็นพิเศษ และต้องหมั่นดูไม่ให้หน้าของเค้กแห้งจนเกินไป ไม่อย่างนั้นจะเกิดปัญหาความฝืดและไม่อร่อย

อบทอฟฟี่เค้ก

สนับสนุนโดย : https://sa-game.bet/สมัครบาคาร่า888/

READ MOREREAD MORE
เครปเค้ก

เครปเค้ก ขนมหวานที่ไม่มีลิมิตของคำว่า “อร่อย”เครปเค้ก ขนมหวานที่ไม่มีลิมิตของคำว่า “อร่อย”

เครปเค้ก จัดอยู่ในกลุ่มของขนมหวานรสชาติอร่อยและมาพร้อมกับความสนุกในการเลือกหน้าหรือไส้ ซึ่งปัจจุบันเป็นขนมที่มีความแพร่หลายต่อเนื่อง โดยขนมชนิดนี้มีต้นกำเนิดมาจากประเทศฝรั่งเศส โดยมีชื่อภาษาอังกฤษว่า “MILLE CREPE” โดยเริ่มแรกจะสอดไส้หวานด้วยครีมชองดิยี่ (CHANTILLY CREAM) และจะเสิร์ฟพร้อมกับผลไม้สดและซอสผลไม้ พร้อมกับเลเยอร์เค้กนุ่มนิ่มที่มาพร้อมกับความอร่อยอย่างลงตัว โดยปัจจุบันมีให้เลือกแบบเนยสดหรือแบบวิปปิ้งครีม ซึ่งขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละคนว่าชอบแบบไหน

เครปเค้ก

ลองทำ เครปเค้ก หลังจากทำความรู้จักเป็นทางการ

หลังจากทำความรู้จักที่มาที่ไปของ เครปเค้ก เป็นที่เรียบร้อยแล้ว การได้ลองชิมความอร่อยของตัวเนื้อ เค้ก อาจจะทำให้หลายคนไม่สามารถจบอยู่ที่เค้กชิ้นเดียวได้ เพราะอย่างที่ได้กล่าวไปตั้งแต่ต้นว่าความอร่อยไม่มีขีดจำกัด ทำให้เมนู เบเกอรี่ ตัวนี้กลายเป็นของโปรดของหลาย ๆ คนทันที และยิ่งได้น้ำซอสจากผลไม้รสหวานอมเปรี้ยวอย่าง สตรอว์เบอร์รี่ หรือบลูเบอร์รี่ และซอสราสป์เบอร์รี่ด้วยแล้ว ยิ่งเพิ่มแท็คเจอร์ให้กับขนมอร่อยมากยิ่งขึ้น ส่วนสูตรเครปเค้กธรรมดากับ สูตรเครปเค้กสายรุ้ง ไม่ต่างกันดังนี้

วัตถุดิบสำหรับทำแป้งเค้ก

  • แป้งเค้กหรือแป้งสาลีอเนกประสงค์ 200 กรัม 
  • ไข่ไก่ 4 ฟอง 
  • น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ (หากไม่ทานหวานเบาลงก็ได้)
  • นมสดจืด 200 ML
  • ผงฟู ¼ ช้อนชา 
  • เนยจืดละลายหรือน้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำเปล่า 100 ML
  • กลิ่นวานิลลา 1 ช้อนชา
  • สีผสมอาหาร (สำหรับทำแป้งเครปสีต่าง ๆ หรือ เครปเค้กเรนโบว์ เพิ่มความน่าสนใจให้ตัวเค้ก)
  • วิปครีม
  • ซอสผลไม้ตามความชอบ
  • ผลไม้สดอย่างเช่น สตรอว์เบอร์รี่ กีวี แอปเปิล เชอร์รี่ บลูเบอร์รี่ ราสเบอร์รี่ เป็นต้น
เครปเค้ก

วิธีทำเครปเค้ก ง่าย ๆ ไม่กี่ขั้นตอน

  1. ร่อนแป้ง และผงฟูเข้าด้วยกัน จากนั้นนำเกลือและไข่มาตีให้เข้ากัน 
  2. จากนั้นเริ่มเติมนมทีละนิด และค่อย ๆ ตีให้เข้ากันเรื่อย ๆ จากนั้นเริ่มใส่น้ำตาลทรายโดยค่อย ๆ ใส่และตีให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกัน 
  3. ใส่เนยละลายหรือน้ำมันพืช และกลิ่นวานิลลาลงไปตีให้เป็นเนื้อเดียวกัน ก่อนจะนำไปกรองเพื่อเพิ่มความเนียนให้กับตัวแป้งมากยิ่งขึ้น จากนั้นนำแป้งไปพักไว้ในตู้เย็นอย่างน้อย 30 นาที 
  4. นำแป้งออกจากตู้เย็นและแบ่งออกเป็นถ้วยในปริมาณเท่า ๆ กัน ในจำนวนที่ต้องการ จากนั้นหยอดสีผสมอาหารใส่ลงไปในแป้งของแต่ละถ้วย 
  5. นำแป้งที่ได้ลงไปทอดในกระทะโดยจะต้องใช้ไฟอ่อนและอย่าลืมทาเนยก่อนเทแป้งลงไปทอดเด็ดขาด จากนั้นตักแป้งใส่ในกระทะ 1 ทัพพี หรือใช้ถ้วยตวง
  6. จากนั้นค่อย ๆ เอียงกระทะเพื่อให้แป้งแผ่ไปทั่วกระทะและรอให้แป้งสุก 
  7. ตักแป้งขึ้นมาพักไว้ให้เย็นและทำแผ่นต่อไปจนกว่าแป้งที่ผสมเอาไว้หมด
  8. จากนั้นนำแผ่นเค้กมาประกอบเป็นชั้นๆ  โดยทาวิปครีมหรือครีมสดแป้งแต่ละแผ่น ซึ่งหากเป็นวานิลลาทั้งหมดก็สามารถวางแผนซ้อนได้ง่าย เพราะไม่ต้องคิดนาน แต่ถ้าหากเป็น เครปเค้กสายรุ้ง ต้องวางแผนให้ออกมาดูดีสักหน่อย 
  9. ส่วนชั้นบนสุดไม่จำเป็นต้องทาวิปครีม จากนั้นตัดเค้กจัดใส่จานและเสิร์ฟคู่กับผลไม้ที่เตรียมเอาไว้พร้อมกับน้ำซอสผลไม้เพิ่มรสชาติใเค้กมีความอร่อยให้ เบเกอรี่ยอดนิยม มากขึ้น
เครปเค้ก

อีกหนึ่งขนมทำง่ายแบบไม่พึ่งเตาอบ 

สำหรับใครที่กำลังคิดถึงขนมที่ไม่พึ่งพาเตาอบแนะนำว่าเครปเค้ก  คือตัวเลือกที่ใช่ทันที ซึ่งปัจจุบันมี วิธีการทำเครปเค้ก ง่าย ๆ และยังอร่อยสุด ๆ อีกด้วย ส่วนทริคสำคัญคือหากต้องการพักแป้งในตู้เย็นหลายวันควรใช้เนยละลาย เพราะทำให้แป้งไม่เป็นไต และควรพักแป้งก่อนทอดอย่างน้อย 30 นาที จะทำให้ได้แป้ง เครปเค้กแป้งนุ่ม เนียนสุด ๆ จนทำให้เป็นอีกหนึ่ง  เมนูเค้ก สุดฮิตติดบ้านอีกหนึ่งเมนูทันที

สนับสนุนโดย : https://sa-game.bet/

READ MOREREAD MORE

ข้าวเหนียว เปียก ลำไย ชวนทำขนมหวานง่ายๆข้าวเหนียว เปียก ลำไย ชวนทำขนมหวานง่ายๆ

ข้าวเหนียว เปียก ลำไย

ช่วงฤดูร้อนนี้เดินไปเดินมาทางไหนก็เห็นแต่ลำไยวางขายกันเต็มไปหมด แถมราคาก็ถูกแสนถูก เราเลยไม่พลาดที่จะซื้อติดไม้ติดมือมาทำ ข้าวเหนียว เปียก ลำไย ขนมไทยโบราณ ทานแล้วสดชื่นติดใจ แต่หาซื้อได้ยากมากในปัจจุบัน เชื่อว่าหลายคนคงไม่รู้จักขนมไทยเมนูนี้ ซึ่ง ข้าวเหนียวเปียกลำไย คือ ขนมหวานไทยที่ใช้เนื้อลำไยสดคว้านเมล็ดรสหวานฉ่ำ มาผสมผสานกับข้าวเหนียวเปียก ราดด้วยน้ำกะทิ รวมๆแล้วอร่อยสดชื่นช่วยคลายร้อนได้มากเลยทีเดียว

วัตถุดิบ และขั้นตอนวิธีทำ ข้าวเหนียว เปียก ลำไย สูตรข้าวนุ่มกำลังดี ไม่เละ ไม่อืด

ใครกำลังมองหา ขนมไทยทำง่าย ต้องไม่พลาดกับสูตร ข้าวเหนียวเปียกลำไย เพราะเป็นเมนูที่เหมาะสำหรับมือใหม่หัดทำขนม หรือคนที่ต้องการทำขนมโดยใช้เวลาไม่นาน ทำตามสูตรแล้วรับรองว่าข้าวไม่เละ และไม่อืดเหมือนอย่างที่หลายคนเคยประสบปัญหาเหล่านี้ แถมยังสามารถนำไปทำขายเพิ่มมูลค่าให้กับลำไยที่ปลูกไว้ได้อีกด้วย และสำหรับ สูตรขนมไทย สูตรนี้ก็มีวัตถุดิบที่หาได้ง่ายทั่วไป โดยเราขอแบ่งวัตถุดิบออกเป็นสองส่วน ดังนี้

วัตถุดิบทำ น้ำกะทิราด

  1. หัวกะทิ 500 มิลลิลิตร
  2. เกลือป่น 1 ช้อนชา 
  3. ใบเตยมัด 1 มัด

วัตถุดิบทำ ข้าวเหนียวเปียก

  1. เนื้อลำไยคว้านเมล็ด 850 กรัม
  2. ข้าวเหนียวเขี้ยวงูใหม่ 250 กรัม
  3. น้ำเปล่า 1400 มิลลิลิตร
  4. น้ำตาลทราย 250 กรัม 
  5. เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
  6. ใบเตยมัด 1 มัด
ข้าวเหนียว เปียก ลำไย

ขั้นตอน วิธีทำข้าวเหนียวเปียกลำไย แบบ ง่ายๆ 

  1. ขั้นตอนแรกในการทำ ข้าวเหนียวเปียกลำไย ง่ายๆ เริ่มจากการนำข้าวเหนียวเขี้ยวงูมาล้างน้ำหลายๆรอบจนน้ำมีสีใสสะอาด ก่อนจะกรองน้ำออกให้เรียบร้อย และตั้งกระทะด้วยไฟกลางใส่น้ำเปล่าลงไป ตามด้วยข้าวเหนียวเขี้ยวงูที่เตรียมไว้ ระหว่างนี้ให้ใช้ไม้พายกวนเรื่อยๆในทางเดียวกัน เมื่อน้ำเริ่มร้อนแล้วให้ใส่ใบเตยมัดลงไปกวนต่อจนกระทั่งข้าวสุกใส ไม่ขุ่น
  2. ปรับไฟลงเป็นไฟอ่อน ปรุงรสด้วยน้ำตาลทราย และเกลือลงไปคนให้ละลายเข้ากันดี จากนั้นใส่เนื้อลำไยลงไปคนต่อให้เข้ากัน เมื่อเริ่มเดือด และหอมกลิ่นลำไยแล้วให้ปิดเตาแล้วพักไว้ให้เย็น
  3. ขั้นตอนต่อมาเป็นขั้นตอนการทำน้ำกะทิราด ข้าวเหนียวเปียกลำไย โดยตั้งหม้อด้วยไฟอ่อน ใส่หัวกะทิ เกลือป่น และใบเตยมัดลงไปต้มพร้อมกัน คนตลอดเวลาให้ส่วนผสมเริ่มเดือดแล้วให้ยกออกเตา
  4. สุดท้ายเป็นขั้นตอนการจัดเสิร์ฟ ตักขนมใส่ถ้วยแล้วราดด้วยน้ำกะทิ เป็นอันเสร็จสิ้นขั้นตอน สูตร ข้าวเหนียวเปียกลำไย
ข้าวเหนียว เปียก ลำไย

เคล็ดลับทำขนมข้าวเหนียวเปียกลำไย ง่ายๆที่อยากบอกต่อก่อนจากกันในบทความนี้ คือ วิธีป้องกันไม่ให้ข้าวเหนียวหักหรือไหม้ระหว่างที่กำลังกวนคือ การกวนไปในทางเดียวกันให้ถึงก้นกระทะ เมื่อข้าวเริ่มสุกใสได้ที่แล้วจึงค่อยลดไฟและปรุงรสลงไป และกวนต่อให้ละลายดี เทคนิคนี้จะช่วยให้ข้าวเหนียวของเราไม่เละ ไม่บาน และไม่อืดจนไม่น่ารับประทานค่ะ หากทำตามเทคนิคนี้ก็จะช่วยให้เมนูนี้กลายเป็น ขนมไทยอร่อยๆ มากยิ่งขึ้น

สนับสนุนโดย : https://sa-game.bet/

READ MOREREAD MORE
ขนมถ้วย

ขนมถ้วย โบราณ หวานมันกลมกล่อมขนมถ้วย โบราณ หวานมันกลมกล่อม

ขนมถ้วย

เชื่อว่าคงไม่มีใครไม่รู้จัก ขนมถ้วย ขนมไทยโบราณ ที่ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ในอดีตนั้นจะเรียกกันว่า ขนมถ้วยตะไล ชื่อนี้ก็มาจากภาชนะที่ใช้ใส่ขนมซึ่งเป็นเอกลักษณ์ (ถ้วยตะไล คือ ถ้วยกระเบื้องขนาดพอดีคำ) เป็นขนมหวานแบบไทยๆที่ทำมาจากแป้งข้าวเจ้า แป้งมัน ในบางสูตรมีการใส่แป้งท้าวยายม่อมเข้าไปด้วย จึงมีความนุ่มเหนียว รสชาติหวานมันเค็มทานเพลินกำลังดี สามารถทานเล่นเป็นอาหารว่างได้ 

วัตถุดิบ และขั้นตอนวิธีทำ ขนมถ้วย ขนมไทย ยอดนิยม

ขนมถ้วยเป็น ขนมหวาน ที่แบ่งได้สองส่วน คือ ส่วนของตัวขนมที่มีรสหวานหอมของน้ำตาล (ส่วนใหญ่นิยมใช้น้ำตาลโตนด หรือน้ำตาลมะพร้าว) และส่วนของหน้าขนมที่มีการผสมผสานระหว่างแป้ง น้ำตาล และกะทิ ทำให้มีรสชาติเค็มเล็กน้อย ซึ่งรวมกันแล้วถือว่าลงตัวเลยทีเดียว ดังนั้น สูตรขนมถ้วย ของเราในบทความนี้จึงขอแบ่งวัตถุดิบออกเป็นสองส่วน ดังนี้

วัตถุดิบทำตัวแป้ง

  1. แป้งข้าวเจ้า 80 กรัม
  2. แป้งท้าวยายม่อม 15 กรัม
  3. น้ำตาลโตนด หรือน้ำตาลมะพร้าว 120 กรัม
  4. หางกะทิ 400 มิลลิลิตร
  5. ใบเตย 4 ใบ

วัตถุดิบทำหน้ากะทิ

  1. แป้งข้าวจ้าว 30 กรัม
  2. น้ำตาลทราย 30 กรัม
  3. เกลือ 4 กรัม
  4. หัวกะทิ 400 มิลลิลิตร
ขนมถ้วย

ขั้นตอน วิธีทำขนมถ้วย 

  1. ขั้นตอนแรกในการทำ ขนมถ้วยโบราณ เริ่มจากการทำตัวแป้งของ ขนม ถ้วย โดยใส่แป้งข้าวเจ้า แป้งท้าวยายม่อม น้ำตาลโตนด ใบเตย และทยอยใส่หางกะทิลงไประหว่างนวดส่วนผสมให้เข้ากัน ในขั้นตอนนี้ใช้เวลาประมาณ 4 นาที เสร็จแล้วให้นำไปกรองด้วยกระชอนหรือผ้าขาวบางใส่ลงไปในชามผสม เพื่อแยกส่วนผสมที่ยังไม่ละลายออก พักไว้
  2. เรียงถ้วยตะไลใส่ลังถึงให้เต็ม และนำไปนึ่งด้วยน้ำเดือดจัด เพื่อให้ถ้วยมีความร้อนสะสม ช่วยให้แป้งร่อนไม่ติดถ้วยตะไล 
  3. ขั้นตอนต่อมาเป็นขั้นตอนการทำหน้ากะทิของขนมถ้วย ให้ใส่แป้งข้าวเจ้า เกลือ น้ำตาลทรายลงไปผสมกันในชามผสม ตามด้วยหัวกะทิทั้งหมดที่เตรียมไว้ ใช้ตะกร้อมือคนส่วนผสมทั้งหมดให้ละลายเข้ากันดี พักไว้
  4. คนส่วนผสมของตัวแป้งที่พักไว้แล้วใช้ช้อนตักใส่ลงไปในถ้วยตะไลที่ร้อนได้ที่ (ตักใส่ประมาณครึ่งถ้วยตะไลนะคะ) ปิดฝานึ่งต่อด้วยไฟแรงประมาณ 8 นาที หรือจนกว่าตัวแป้งจะสุก จากนั้นเปิดฝาหม้อนึ่งด้วยความรวดเร็วแล้วตักหน้ากะทิใส่ลงไปให้เต็มถ้วย และปิดฝานึ่งต่ออีกประมาณ 5-8 นาที เพื่อให้กะทิแตกมันน่ารับประทานมากยิ่งขึ้น เสร็จแล้วยกออกจากเตาไปพักไว้ให้คลายความร้อน และทำซ้ำกับส่วนผสมที่เหลือ เป็นอันเสร็จสิ้นขั้นตอนการทำค่ะ
ขนมถ้วย

จบลงไปแล้วกับการ สอนทำขนมถ้วย ขนมไทยพื้นบ้านที่ทำได้ง่าย ซึ่งเป็นสูตรนี้เป็นสูตร ขนมโบราณ ที่ส่งต่อกันมารุ่นสู่รุ่น หากใครต้องการใช้สูตรขนมถ้วย ทำขาย เราขอแนะนำเล็กน้อยว่าควรจะมีหน้าขนมที่หลากหลาย เพื่อปรับให้เข้ากับยุคสมัย และเพิ่มมูลค่าของตัวขนมให้มากขึ้น ยกตัวอย่างเช่น ขนมถ้วยใบเตย , ขนมถ้วยอัญชัญ ฯลฯ หรือแม้แต่การนำขนมไทยต่างๆมาตกแต่งหน้าขนมให้สวยงามมากยิ่งขึ้นค่ะ

คาสิโนออนไลน์ เว็บตรง ไม่ ผ่าน เอเย่นต์ ฝากถอนไม่มีขั้นต่ำ

READ MOREREAD MORE
ลูก ตาล เชื่อม

ลูก ตาล เชื่อม ขนมหวานทำง่ายจากผลไม้พื้นบ้านของไทยลูก ตาล เชื่อม ขนมหวานทำง่ายจากผลไม้พื้นบ้านของไทย

ลูก ตาล เชื่อม

หากใครเคยเดินทางไปท่องเที่ยวที่จังหวัดเพชรบุรีจะพบเจอกับขนมหวาน ลูก ตาล เชื่อม หรือจาวตาลเชื่อม ของหวานง่ายๆ สไตล์พื้นบ้าน เป็นขนมที่ทำมาจากผลต้นตาลโตนด พืชเศรษฐกิจที่นิยมปลูกกันเป็นจำนวนมากในประเทศไทย ซึ่งผลของต้นตาลนั้นมีความหวานฉ่ำน้ำ สามารถนำไปแปรรูปเป็นได้ทั้งอาหารคาว และ เมนูของหวานไทย ยกตัวอย่างเช่น เมนูน้ำตาลสด ตาลลอยแก้ว แกงหัวตาล เป็นต้น

วัตถุดิบ และขั้นตอนวิธีทำ ลูก ตาล เชื่อม ผลไม้ไทยที่แนะนำให้ทานคู่กับน้ำแข็งเย็นฉ่ำ

เมื่อกล่าวถึง ลูกตาลเชื่อม หรือเมนู ของหวาน ในรูปแบบเชื่อมต่างๆ หลายคนคงจะนึกถึงความหวานเลี่ยนจนถึงขั้นแสบคอ หากใครไม่ชอบทานของหวานแล้วละก็เป็นอันต้องส่ายหน้าหนี แต่หากนำมาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ รับประทานคู่กับน้ำแข็งเป็น ของหวานเย็นๆ คลายร้อน รับรองได้เลยว่าเป็นอันต้องติดใจกันทุกราย ดังนั้น เราไปเริ่มดูวัตถุดิบน้อยชิ้น และขั้นตอนการทำง่ายๆกันเลยค่ะ

วัตถุดิบทำ 

  1. จาวตาล หรือเนื้อตาล 1 กิโลกรัม
  2. น้ำตาลทราย 1300 กรัม
  3. ใบเตยมัด 3 ใบ
  4. น้ำเปล่าสำหรับเชื่อม 1500 มิลลิลิตร
ลูก ตาล เชื่อม

ขั้นตอน วิธีทำลูกตาลเชื่อม 

  1. ขั้นตอนแรกในการทำ ลูกตาลเชื่อม เตรียมชามหรือกะละมัง ใส่น้ำเปล่าและลูกตาล หรือจาวตาลทั้งหมดลงไปใน ก่อนจะนำฟองน้ำใหม่มาขัดทำความสะอาดคราบเหลือง และสิ่งสกปรกอื่นๆออกจากลูกตาล แยกลูกตาลที่ขัดสะอาดแล้วไปไว้อีกชาม และล้างด้วยน้ำสะอาดอีกหนึ่งรอบ
  2. ตั้งหม้อใส่น้ำรอให้เดือดแล้วนำจาวตาลลงไปต้มเป็นเวลาประมาณ 10 นาที (การต้มตาลก่อนนำไปเชื่อมจะช่วยให้น้ำตาลแทรกเข้าไปในผิวตาลได้อย่างทั่วถึง ทำให้สีสวยฉ่ำ และช่วยขจัดเมือกของลูกตาล) เมื่อครบเวลาแล้วให้ตักจาวตาลออกมาพักไว้
  3. ใส่น้ำตาลทรายขาว น้ำเปล่า และใบเตยลงไปในหม้อ จากนั้นเปิดเตาคนให้เข้ากันจนน้ำตาลละลายดี และใส่จาวตาลลงไปเชื่อม และเทน้ำตาลทรายลงไปโรยหน้าตาลอีกครั้ง ระหว่างนี้ให้กดให้ตาลจมลงไปในน้ำ โดยไม่ต้องคน แต่สามารถพลิกกลับด้านได้ ใช้เวลาในการเชื่อมประมาณ 2 – 3 ชั่วโมง เพื่อให้ส่วนผสมซึมเข้าไปในจาวตาลจนมีสีเหลืองฉ่ำใส จากนั้นปิดไฟพักไว้ในน้ำเชื่อม 1 คืน เพื่อให้มีสีใสมากขึ้น เป็นอันเสร็จสิ้นขั้นตอนของ สูตรลูกตาลเชื่อม ตักขึ้นมารับประทานได้เลยค่ะ
ลูก ตาล เชื่อม

นอกจาก ลูกตาลเชื่อม จะเป็น เมนูของหวานไทยง่ายๆ ที่สามารถทำทานเอง หรือทำเพื่อขายสร้างกำไรแล้ว ลูกตาลยังมีสารคาร์โบไฮเดรต ไฟเบอร์ และแคลเซียม ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นสารอาหารที่ดีต่อสุขภาพ หากทานเข้าไปแล้วจะมีสรรพคุณช่วยละลายเสมหะ บรรเทาอาการไอ แก้กระหายน้ำ และลดความร้อนในร่างกาย ดังนั้น อย่าลืมนำสูตรไป ทำลูกตาลเชื่อมง่ายๆ ทานกันให้ได้นะคะ

READ MOREREAD MORE
ขนมเปี๊ยะ ไข่เค็ม ลาวา

ขนมเปี๊ยะ ไข่เค็ม ลาวา สูตรไส้ทะลัก แป้งนุ่มยืด หวานละมุนลิ้นขนมเปี๊ยะ ไข่เค็ม ลาวา สูตรไส้ทะลัก แป้งนุ่มยืด หวานละมุนลิ้น

ขนมเปี๊ยะ ไข่เค็ม ลาวา

ในบทความนี้เราจะขอเอาใจคนรักขนม ด้วยการแจกสูตร ขนมเปี๊ยะ ไข่เค็ม ลาวา เมนูขนมยอดนิยมที่กำลังเป็นกระแสมาแรงแห่งยุค ไม่ว่าจะไปร้านขนมหวานร้านไหนก็มักจะพบเจออยู่บ่อยครั้ง เพราะไม่ว่าจะทำขายกี่ครั้งก็เป็นอันต้องหมดไปในชั่วพริบตา โดยสูตรที่เรานำมาแนะนำบอกต่อกันในบทความนี้ รับรองเลยว่าทำแล้วอร่อยละมุนลิ้นกว่าที่เคยทานมา 

วัตถุดิบ และขั้นตอนวิธีทำ ขนมเปี๊ยะ ไข่เค็ม ลาวา ไส้บาง แป้งทะลัก

สำหรับใครที่ไม่เคยทาน ขนมเปี๊ยะไข่เค็มลาวา มาก่อนเลย หรือเคยทานแต่ขนมเปี๊ยะในแบบดั้งเดิม ขอบอกว่าต้องลองทาน ขนมเปี๊ยะ ลาวา กันดูสักครั้งนะคะ เพราะเป็นเมนูที่ใครได้ลองแล้วเป็นอันต้องติดใจ ด้วยความเหนียวนุ่มของแป้ง ผสมผสานกับไส้ เปี๊ยะไข่เค็มลาวา รสชาติหวาน มัน เค็ม ละมุนลิ้นแบบสุดๆ 

วัตถุดิบทำไส้ เปี๊ยะ ไข่เค็ม ลาวา 

  1. ไข่แดงเค็ม 200 กรัม
  2. นมข้นจืด 260 กรัม   
  3. วิปปิ้งครีม 50 กรัม 
  4. นมข้นหวาน 80 กรัม
  5. หัวนมผง 40 กรัม
  6. ผงคัสตาร์ต 40 กรัม
  7. แป้งข้าวโพด 10 กรัม
  8. เนยจืดละลาย 120 กรัม
  9. น้ำตาลทราย 40 กรัม

วัตถุดิบทำแป้งชั้นนอก

  1. แป้งสาลีอเนกประสงค์ ตราว่าว 200 กรัม 
  2. แป้งเค้ก ตราพัดโบก 200 กรัม 
  3. น้ำตาลทราย 100 กรัม
  4. ไข่ไก่ 1 ฟอง 
  5. น้ำเปล่า 120 กรัม 
  6. น้ำมัน 120 กรัม

วัตถุดิบทำแป้งชั้นใน

  1. แป้งสาลีอเนกประสงค์ 100 กรัม
  2. แป้งเค้ก 100 กรัม 
  3. เนยขาว 80 กรัม 

วัตถุดิบทำไข่แดงทาหน้าขนม

  1. ไข่แดง 2 ฟอง
  2. น้ำมันพืช 1 ช้อนชา
  3. สีผสมอาหารสีเหลืองไข่ 3 หยด
  4. งาขาวงาดำ สำหรับโรยหน้า
ขนมเปี๊ยะ ไข่เค็ม ลาวา

ขั้นตอน วิธี ทำ เปี๊ยะ ลาวา

  1. ขั้นตอนแรกเป็นขั้นตอนของการทำไส้ ขนมเปี๊ยะไข่เค็มลาวา เริ่มจากการนำไข่แดงเค็มมาเรียงใส่ถาดรองอบ รองด้วยกระดาษไข และนำไปอบให้สุกด้วยอุณหภูมิ 170 องศา ไฟบนล่าง เป็นเวลา 10 นาที เมื่อสุกแล้วให้ใช้ส้อมยีไข่เค็มให้ละเอียด ก่อนจะนำไปใส่ในเครื่องปั่นพร้อมกันกับนมข้นจืด ทำการปั่นให้เนื้อเนียนละเอียดเลยค่ะ 
  2. ใส่วัตถุดิบสำหรับทำไส้ไข่เค็มที่เตรียมไว้ทุกอย่างลงไปในเครื่องปั่น ยกเว้นเนยละลาย โดยคนส่วนผสมให้เข้ากันก่อนเปิดเครื่องปั่นให้เนื้อเนียนดี สุดท้ายใส่เนยละลายลงไปปั่นรวมกับส่วนผสมอื่นๆให้เข้ากัน และเทใส่ชามคลุมด้วยแผ่นฟิล์มถนอมอาหาร แช่ช่องฟรีซไว้เป็นเวลา 5 ชั่วโมง
  3. ขั้นตอนการทำแป้งชั้นนอก เริ่มจากการเตรียมชามผสามและร่อนแป้งทั้งสองชนิดที่เตรียมไว้ลงไป  ตามด้วยน้ำตาลทรายขาว คลุกเคล้าให้เข้ากันแล้วทำหลุมตรงกลาง ใส่ไข่ไก่ น้ำเปล่า และน้ำมันพืชลงไปในหลุม ใช้ไม้พายคนผสมให้เข้ากัน และใช้มือนวดให้เนื้อแป้งเนียนนุ่มยืดได้ เป็นเวลา 10 นาที ห่อหุ้มแป้งด้วยฟิล์มถนอมอาหาร พักไว้ 1 ชั่วโมง
  4. ต่อมาเป็นขั้นตอนการทำแป้งชั้นนอก ร่อนแป้งทั้งสองชนิดลงไปในชามผสม และใส่เนยขาวลงไปนวดให้เข้ากันจนจับตัวเป็นก้อน ห่อหุ้มแป้งด้วยฟิล์มถนอมอาหาร พักไว้ 1 ชั่วโมง
  5. หลังจากที่พักแป้งจบครบเวลาแล้วให้นำมาช่างและปั้นเป็นก้อนวงกลม โดยให้แป้งชั้นนอกมีน้ำหนัก 30 กรัม ส่วนแป้งชั้นในให้มีน้ำหนัก 15 กรัม จากนั้นนำแป้งชั้นนอกมาปั้นห่อหุ้มแป้งชั้นใน และคลึงให้กลม ทำซ้ำจนกว่าส่วนผสมทั้งสองอย่างจะหมด
  6. นำไส้ที่พักไว้มาตัก โดยใช้สคูปตักไอศกรีมขนาด 4 เซนติเมตร ตักให้ได้ประมาณ 30 กรัม จากนั้นนำแป้งที่ปั้นไว้เป็นก้อนกลมมารีดให้ยาวแล้วพับ 3 ทบ และรีดให้บางอีกครั้ง วางไส้ลงไปตรงกลางแล้วรวบแป้งห่อหุ้มไส้ให้มิด และกดเล็กน้อยให้แน่นแนบกับไส้ ก่อนจะนำไปวางใส่ในถ้วยฟรอยด์เบอร์ 4001 แบบมีฝาปิด ใช้มือกดหน้าขนมให้แบนลงไปเล็กน้อย ทำซ้ำจนกว่าส่วนผสมจะหมด
  7. วอร์มเตาอบล่วงหน้าประมาณ 20 นาที โดยใช้ไฟล่างไม่เปิดพัดลม 150 องศา ก่อนจะนำ ขนมเปี๊ยะ ลาวา ไข่เค็ม ที่เรียงในถาดรองอบไปอบที่อุณหภูมิเท่าเดิมเป็นเวลา 10 นาที
  8. ระหว่างรออบให้ทำไข่แดงสำหรับทาหน้าขนม โดยนำไข่แดง น้ำมันพืช และสีผสมอาหารมาคนให้เข้ากัน

เมื่ออบขนมจนครบเวลาแล้วให้พักไว้ให้พออุ่น ทาหน้าขนมด้วยไข่แดงให้ทั่ว โรยตกแต่งหน้าด้วยงาขาว และงาดำ จากนั้นนำไปเรียงใส่ถาดรองอบ และอบรอบที่สองด้วยอุณหภูมิเท่าเดิมเป็นเวลา 5 นาที เสร็จแล้วนำ ขนมเปี๊ยะไข่เค็มลาวา ออกมาพักไว้ให้เย็นแล้วจัดเสิร์ฟได้เลยค่ะ

ขนมเปี๊ยะ ไข่เค็ม ลาวา

READ MOREREAD MORE
ชิฟฟ่อนช็อกโกแลต

ชิฟฟ่อนช็อกโกแลต ขวัญใจสายช็อกโกแลตเลิฟเวอร์ชิฟฟ่อนช็อกโกแลต ขวัญใจสายช็อกโกแลตเลิฟเวอร์

ชิฟฟ่อนช็อกโกแลต

เมนูเค้ก ที่เราได้นำสูตรมาให้ทุกคนได้ลองทำตามกันในวันนี้ เป็นสูตรเอาใจสายช็อกโกแลตเลิฟเวอร์ นั้นก็คือ ชิฟฟ่อนช็อกโกแลต หรือเค้กที่มีเนื้อละเอียดเบา นุ่มลิ้น ละลายในปาก คล้ายคลึงกับฟองน้ำ ผสมผสานกับความมันเงาที่คล้ายกับเค้กเนย ทำให้ได้เนื้อสัมผัสที่พอดีมีรสชาติที่ไม่เลี่ยนจนเกินไป ซึ่งถือได้ว่าเป็นเอกลักษณ์ของ เค้กช็อคโกแลตชิฟฟ่อน เลยก็ว่าได้

วิธีการทำ ชิฟฟ่อนช็อกโกแลต เนื้อนุ่มละมุนลิ้น

สำหรับใครที่ชื่นชอบการทาน เค้กช็อกโกแลต ต้องห้ามพลาดกับสูตรชิฟฟ่อนช็อกโกแลต ที่เราได้นำมาบอกต่อให้ได้ลองทำตามกันอย่างละเอียด เรียกได้ว่าอ่านจบแล้วสามารถทำตามได้อย่างครบทุกขั้นตอนเลย จะนำไปทำ เบเกอรี่ยอดนิยม ทานเองก็ได้ หรือทำขายสร้างรายได้ในช่วงสถานการณ์โควิด – 19 ก็ได้เช่นเดียวกัน โดยเราจะขอแบ่งส่วนผสมออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนของแป้งเค้ก และส่วนของเมอแรงค์ ดังนี้

วัตถุดิบส่วนที่ 1 

  1. ไข่แดง (เบอร์ 1) 3 ฟอง
  2. น้ำตาลทราย 50 กรัม
  3. เกลือป่น ¼ ช้อนชา
  4. นมสด 60 กรัม
  5. น้ำมันรำข้าว 40 กรัม
  6. กลิ่นวานิลลา 1 ช้อนชา
  7. แป้งเค้ก 80 กรัม
  8. ผงโกโก้ 10 กรัม
  9. ผงฟู 1/2 ช้อนชา

วัตถุดิบส่วนที่ 2 

  1. ไข่ขาว (เบอร์ 1) 3 ฟอง
  2. ครีมออฟทาทาร์ 1/4 ช้อนชา
  3. น้ำตาลทราย 50 กรัม
ชิฟฟ่อนช็อกโกแลต

ขั้นตอนวิธีการทำเค้กชิฟฟ่อนช็อกโกแลต

  1. ขั้นตอนแรกของการทำ ชิฟฟ่อนเค้กช็อกโกแลต คือการเตรียมชามผสมแล้วใส่ไข่แดง น้ำตาลทราย และเกลือ จากนั้นใช้ตะกร้อมือคนให้ส่วนผสมละลายเข้ากัน และมีสีอ่อนลงแล้วเติมนมสด น้ำมันรำข้าว และกลิ่นวานิลลาลงไปคนต่อให้เข้ากันดี
  2. นำแป้งเค้ก ผงโกโก้ และผงฟูมาร่อนด้วยตะแกรงใส่ลงไปในชามผสมในขั้นตอนที่ 1 ใช้ตะกร้อมือคนส่วนผสมให้เข้ากันจนหมดเม็ดแป้ง
  3. เตรียมโถผสมที่ไม่มีคราบมันแล้วใส่ไข่ขาวลงไปตีด้วยเครื่องผสมอาหารจนเป็นฟองหยาบ ใส่ครีมออฟทาทาร์ลงไปตีต่อด้วยสปีดสูงสุด สังเกตว่าไข่ขาวขึ้นฟองละเอียดแล้วให้หยุดตี แบ่งใส่น้ำตาลทรายที่เตรียมไว้ 3 ครั้ง ลงไปตีจนละลายดี มีเนื้อขึ้นฟูตั้งยอดอ่อนเป็นเมอแรงค์ จากนั้นตีต่อด้วยสปีดต่ำเพื่อตัดฟองอากาศเป็นเวลาประมาณ 15 วินาที
  4. ใช้ตะกร้อมือคนส่วนผสมของช็อกโกแลตที่เตรียมไว้เพื่อไล่ฟองอากาศ แบ่งใส่ส่วนผสมของเมอแรงค์ครึ่งหนึ่งแล้วใช้ตะกร้อมมือคนตะล่อมให้ส่วนผสมเข้ากันดี และใส่เมอแรงค์ที่เหลือลงไปคนต่อทั้งหมดด้วยความเบามือ 
  5. เตรียมพิมพ์เค้กขนาด 2 ปอนด์รองด้วยกระดาษไขที่ด้านล่างของพิมพ์ จากนั้นเทส่วนผสมที่เตรียมไว้ใส่ลงไปทั้งหมด ใช้ไม้จิ้มฟันจิ้มวนลงไปในเนื้อแป้งเพื่อไล่ฟองอากาศ และกระแทกก้นพิมพ์ลงไปกับพื้นเบา ๆ ประมาณ 3 ครั้ง ก่อนจะนำเข้าอบด้วยอุณหภูมิ 170 องศา ไฟบนล่าง เปิดพัดลม เป็นเวลา 35 – 40 นาที หรือจนกว่า เค้กชิฟฟ่อน ของเราจะสุกดี
  6. เมื่อรอจนครบเวลาแล้วให้นำออกมากระแทกพิมพ์กับพื้นเบา ๆ 3 ครั้ง เพื่อปรับโครงสร้างของเค้ก ชิฟฟ่อนช็อกโกแลต พักไว้ 15 นาทีแล้วนำออกจากพิมพ์มาแต่งหน้าเค้ก หรือรับประทานได้เลย
ชิฟฟ่อนช็อกโกแลต

ชิฟฟ่อนช็อกโกแลตเป็นเค้กที่มีเนื้อสัมผัสเบาบางมาก จึงไม่ควรใช้ครีมหรือวัตถุดิบแต่งหน้า เค้กชิฟฟ่อน จนมากเกินไป เพราะเนื้อเค้กรับน้ำหนักไม่ไหว อาจจะไม่ถูกใจคนที่ชอบเค้กสวยงามเสียเท่าไหร่ แต่อย่างไรก็ถือว่าเป็น เค้กไขมันน้อยที่สุด เหมาะกับคนที่กำลังลดน้ำหนักแล้วอยากทานเบเกอรี่นะคะ

READ MOREREAD MORE

เค้กลูกส้ม สูตรขนมเค้กมงคลจากผลไม้ความหมายดีในเทศกาลตรุษจีนเค้กลูกส้ม สูตรขนมเค้กมงคลจากผลไม้ความหมายดีในเทศกาลตรุษจีน

เค้กลูกส้ม สูตรขนมเค้กมงคลจากผลไม้ความหมายดีในเทศกาลตรุษจีน

เค้กลูกส้ม คือเค้กที่ดัดแปลงมาจาก เค้กส้มหน้านิ่ม ที่ทุกคนรู้จักกันเป็นอย่างดี โดยการเปลี่ยนรูปร่างให้คล้ายคลึงกับผลส้มเพิ่มความสวยงาม น่ารับประทานมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังถือว่าเป็น เบเกอรี่ ที่เหมาะกับการนำไปเป็นของขวัญ หรือของฝากเพื่อมอบให้กับคนสำคัญ โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลตรุษจีน เนื่องจากส้มเปรียบได้กับผลไม้ประจำเทศกาลนี้เลยทีเดียว เพราะส้มในความหมายของจีนนั้นหมายถึงความมั่งคั่ง โชคดี เป็นมงคล

วัตถุดิบ และขั้นตอนวิธีทำเค้กลูกส้ม เบเกอรี่ที่เหมาะจะเป็นของฝาก

ในบทความนี้เราจะขอตอบโจทย์ให้กับคนที่กำลังมองหาเบเกอรี่เพื่อมอบให้คนสำคัญในวันตรุษจีน ด้วย สูตรเค้กลูกส้ม ที่มีความหมายดี และขั้นตอนการทำไม่ยากเกินความสามารถ หากใครเคยทำเมนูเค้กแบบต่างๆ มาแล้วรับรองได้เลยว่าต้องทำ เค้กลูกส้มตรุษจีน ได้อย่างแน่นอน ดังนั้น เราไปดูวัตถุดิบ และขั้นตอนวิธีการทำ เค้กลูกส้ม กันเลยค่ะ

วัตถุดิบทำเนื้อเค้ก

  1. แป้งเค้ก 100 กรัม
  2. ผงฟู 1 ช้อนชา
  3. ไข่ไก่ (เบอร์ 2) 4 ฟอง 
  4. น้ำตาลทรายขาว 120 กรัม
  5. น้ำมันพืช 55 กรัม
  6. น้ำเปล่า 30 กรัม
  7. กลิ่นวานิลลา 1 ช้อนชา
  8. เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
  9. นมข้นจืด 50 กรัม
  10. เอสพี 9 กรัม

วัตถุดิบทำซอสรสส้ม

  1. น้ำเปล่า 500 กรัม
  2. น้ำส้มเข้มข้น 120 กรัม
  3. น้ำตาลทราย 120 กรัม
  4. แป้งข้าวโพด 35 กรัม
  5. เนยเค็ม 50 กรัม
  6. สีผสมอาหารสีส้มแดง

ขั้นตอนวิธีการทำเค้กลูกส้มสอดไส้

  1. ขั้นตอนแรกในการทำ เค้กลูกส้มเนื้อชิฟฟ่อน ให้เตรียมชามผสมแล้วร่อนแป้งเค้ก และผงฟูลงไปพักไว้ ก่อนจะเตรียมชามผสมอีกหนึ่งใบใส่ไข่ไก่ น้ำตาลทราย น้ำมันพืช น้ำเปล่า กลิ่นวานิลลา เกลือป่น และแป้งที่ร่อนเอาไว้ 
  2. เปิดเครื่องผสมอาหารตีด้วยสปีดต่ำพอให้ส่วนผสมเข้ากัน ต่อด้วยการใส่เอสพีบริเวณหัวตะกร้อแล้วตีต่อด้วยสปีดสูงสุดเป็นเวลา 4 นาที ใช้ไม้พายปาดรอบโถแล้วตีต่อด้วยสปีดเท่าเดิมอีก 2 นาที และใช้ไม้พายปาดอีกครั้งแล้วเปิดเครื่องตีความเร็วสูง 2 นาที พร้อมกับการทยอยใส่นมข้นจืดลงไป
  3. ใช้เนยขาวทาให้ทั่วพิมพ์ เค้กลูกส้ม และเตรียมถาดรองอบ รองพิมพ์รูปส้มด้วยพิมพ์วงกลมอีกทีเพื่อให้วางพิมพ์แบบตรงได้ จากนั้นนำแป้งเค้กใส่ลงไปประมาณ 2/3 ของพิมพ์รูปส้ม (ระหว่างนี้ให้วอร์มเตาอบรอ 10 นาที ด้วยอุณหภูมิ 170 องศา ไฟบนล่าง) 
  4. นำ ขนมเค้ก ของเราเข้าเตาอบด้วยอุณหภูมิ 170 องศา ไฟบนล่าง เป็นเวลา 30 นาที หรือจนกว่าแป้งจะสุกดี เมื่อครบเวลาแล้วให้นำมาคว่ำออกจากพิมพ์พักไว้
  5. ขั้นตอนต่อมาจะเป็นขั้นตอนการทำซอสส้ม โดยเริ่มจากการใส่น้ำเปล่า น้ำส้มเข้มข้น น้ำตาลทราย และแป้งข้าวโพดลงไปในกระทะ ใช้ตะกร้อมือคนให้เข้ากันแล้วใส่สีผสมอาหารลงไปเพิ่มสีสัน คนให้เข้ากันอีกครั้งแล้วเปิดเตาด้วยไฟอ่อน คนต่อจนส่วนผสมเริ่มมีความข้นใสขึ้นเงา ปิดเตาแล้วใส่เนยเค็มลงไปคนต่อจนกระทั่งซอสอุ่น
  6. นำซอสส้มใส่ถุงบีบก่อนจะเจาะรูตรงกลางของขนม และบีบไส้ใส่ลงไปให้ครบทุกลูก จากนั้นนำขนมไปวางไว้บนตะแกรงแล้วใช้ซอสราดให้ทั่ว เสร็จแล้วตกแต่งด้วยใบส้ม จัดเสิร์ฟได้เลยค่ะ

บทสรุป

เป็นอย่างไรกันบ้างคะกับสูตรทำ เค้กลูกส้ม ที่เราได้นำมาบอกต่อกันในบทความนี้ นอกจากจะได้ เค้กลูกส้มมงคล แล้วยังได้ประโยชน์จากสารอาหารมากมายจากผลส้ม โดยเฉพาะวิตามินซีที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระ และคุณประโยชน์อีกมากมายจากการทาน หากมอบเป็น ขนมของฝาก ก็ได้ใจผู้รับไปเต็ม ๆ จากความหมายดี ๆ ของผลไม้อย่างส้มที่เลือกใช้

 

 

 

 

 

เว็บบอล

READ MOREREAD MORE

แนะนำเมนูขนมไทย “วุ้นกะทิ” พร้อมสูตรวิธีการทำยอดนิยมแนะนำเมนูขนมไทย “วุ้นกะทิ” พร้อมสูตรวิธีการทำยอดนิยม

แนะนำเมนูขนมไทย “วุ้นกะทิ” พร้อมสูตรวิธีการทำยอดนิยม

วุ้นกะทิ สูตรตำหรับดั่งเดิม หอมหวานทำเองได้ไม่ยาก : @วาไรตี้ไทยสบาย

ในช่วงเวลาที่เราต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบชีวิตให้เข้ากับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโคโรน่าไวรัส ทำให้หลาย ๆ คนมีเวลาอยู่ที่บ้านกับครอบครัว หรือแม้แต่มีเวลาพักผ่อนอยู่บ้านกันมากขึ้น เราจึงขอชวนทุกคนมาทำกิจกรรมคลายเครียดจากการกักตัว และใช้เวลาว่างที่มีให้เป็นประโยชน์ โดยการทำขนมไทยง่าย ๆ ที่ทุกคนสามารถทำตามได้เอง เป็นเมนูขนมไทยยอดนิยมที่สามารถรังสรรค์ได้อย่างหลากหลาย และมีหลายสูตรให้เลือกทำได้ตามความชอบ นั้นก็คือ “วุ้นกะทิ

ทำความรู้จัก วุ้นกะทิ ขนมไทยที่มีความหลากหลาย

วุ้นกะทิ คือ ขนมหวานไทย ที่ได้รับความนิยมมาก ๆ ในปัจจุบัน สามารถพบเจอได้ทั่วไปตามตลาด และร้านขาย ขนมไทย สามารถปรับปรุงสูตรให้มีรูปร่าง ลักษณะ รสชาติ และสีสันได้หลากหลาย รังสรรค์ได้ตามใจชอบเลย ที่สำคัญขั้นตอนวิธีการทำง่ายมาก ใช้วัตถุดิบ และอุปกรณ์น้อย ยิ่งในยุคนี้มีพิมพ์วุ้นเข้ามาช่วยในการทำ ยิ่งทำให้สามารถทำได้หลากหลาย และสนุกมากยิ่งขึ้น จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่กลายเป็นที่ชื่นชอบของคนทุกเพศ ทุกวัย เด็กทานได้ ผู้ใหญ่ทานดีไปเลยค่ะ

สูตร วุ้นกะทิ แบบง่ายๆ พร้อมวิธีทำโดย Janeojane - Wongnai Cooking

ประวัติความเป็นมา

สำหรับเมนู วุ้นกะทิ เป็นหนึ่งในขนมไทยที่ได้รับการประยุกต์ปรับปรุงสูตรมาจากขนมของต่างประเทศ โดยท้าวทองกับม้า หรือราชินีขนมไทยที่ได้นำสูตรขนมต่าง ๆ มาสอนให้กับคนไทยจนกลายเป็น ขนมยอดนิยม มากมาย โดยเริ่มจากในช่วงที่การค้าขายกับต่างประเทศเจริญเฟื่องฟู จึงได้มีการนำเข้าวุ้นมาทำเป็นขนมในประเทศไทย แต่เดิมนั้นเป็น ขนมหวานชาววัง ที่มีทั้งความประณีต และละเอียดอ่อน ก่อนจะเผยแพร่มายังชาวบ้านให้ได้รู้จัก 

ความนิยมรับประทานวุ้นในประเทศไทย

แม้ว่า วุ้นกะทิโบราณ ในสมัยโบราณจะมีเพียงไม่กี่สูตร ยกตัวอย่างเช่น วุ้นมะพร้าว วุ้นกะทิ วุ้นสังขยา วุ้นไข่ ฯลฯ เมื่อเวลาผ่านไปก็ได้รับความนิยมมากยิ่งขึ้น จึงมีการทำวุ้นสูตรอื่น ๆ เพิ่มเข้ามามากมาย จนกระทั่งถึงปัจจุบันได้มีการเพิ่มสูตรขึ้นมาเยอะขึ้นเรื่อย ๆ จากความนิยม เช่น วุ้นกะทิหลากสี วุ้นกะทิใบเตย วุ้นกะทิอัญชัน และได้มีการทำกันอย่างแพร่หลายจนมีการเปิดการสอนทำขนมไทยในศูนย์ฝึกอาชีพ ชุมชน และหมู่บ้าน

2 สูตรวุ้นกะทิ ขนมไทยทำง่าย เลือกได้ตามความชอบ

หากใครที่ยังไม่มีเวลาว่างพอที่จะไปเรียนทำ วุ้นกะทิ เราก็ได้นำสูตรวิธีการ ทำขนมไทยง่าย ๆ มาแนะนำให้ได้ลองทำตาม แน่นอนว่าแต่ละสูตรเป็นสูตรที่ได้รับความนิยมในประเทศไทย การันตีความอร่อย สามารถทำรับประทานเองได้ และทำขายสร้างรายได้ได้ด้วยเช่นกัน ดังนั้น อย่ารอช้าค่ะ เราไปดูสูตร วิธีทำวุ้นกะทิ ที่เราได้คัดสรรมาแล้วกันเลย

1.  สูตรวุ้นกะทิมะพร้าวอ่อน

วุ้นนมสดมะพร้าวอ่อน” – Recipe.com

สำหรับ วุ้นกะทิ สูตรแรกเป็นสูตรยอดนิยมที่หลาย ๆ คนชื่นชอบ เนื่องจาก วุ้นกะทิมะพร้าวอ่อน มีรสชาติหวาน ผสานความมันของกะทิ หอมกลิ่นมะพร้าว ระหว่างรับประทานจะสัมผัสดุถึงความนุ่ม และกรุบเนื้อมะพร้าว อร่อยแบบสุด ๆ ใครยังไม่เคยลองต้องลองรับประทานกันดูสักครั้งนะคะ รับรองว่าต้องติดใจจนต้องทำทานซ้ำกันแทบทุกราย ดังนั้น เราไปดูสูตรวิธีการ ทำขนมไทย ง่าย ๆ กันเลย

วัตถุดิบ

  1. น้ำมะพร้าวอ่อน 1000 มิลลิลิตร
  2. เนื้อมะพร้าวอ่อน 300 กรัม
  3. ผงวุ้นชนิด AA 3 ช้อนโต๊ะ
  4. น้ำเปล่า 300 มิลลิลิตร
  5. หัวกะทิ 1000 มิลลิลิตร
  6. น้ำตาลทรายขาว 280 กรัม
  7. เกลือป่น 1 ช้อนชา

ขั้นตอนวิธีทำวุ้นกะทิมะพร้าวอ่อน

  1. ขั้นตอนแรกเทผงวุ้นลงไปในน้ำเปล่า คนผสมให้เข้ากัน และพักไว้เป็นเวลา 15 นาที เมื่อครบเวลาแล้วให้เทลงไปในหม้อ ตามด้วยน้ำมะพร้าวอ่อน ต้มด้วยไฟกลาง ในระหว่างนี้ให้เคี่ยวตลอดเวลาจนกว่าผงวุ้นจะละลายดี จากนั้นใส่น้ำตาลทราย และเกลือป่นลงไปเคี่ยวต่อให้ละลายดีแล้วใส่เนื้อมะพร้าวอ่อนลงไปเคี่ยวต่อจนเดือด ให้ลดไฟลงเป็นไฟอ่อน และใส่หัวกะทิลงไปเคี่ยวสักครู่ พอเดือดที่ขอบหม้อแล้วให้ปิดเตาได้เลย
  2. เมื่อส่วนผสมได้ที่แล้วให้ยกลงไปเทใส่ถาดขนาด 10*10 นิ้ว (หากมีฟองอากาศลอยอยู่เหนือหน้าขนม ให้ช้อนฟองออกให้หมด) เสร็จแล้วพักไว้ในอุณหภูมิห้องเป็นเวลา 1 – 2 ชั่วโมง และนำมัดมาตัดให้เป็นชิ้นเล็กตามชอบ และนำออกจากพิมพ์มารับประทานได้เลยค่ะ

2.  สูตรวุ้นกะทิแฟนซี

วุ้นดอกไม้ มีขั้นตอนการทำยังไงบ้าง? [ครบถ้วนใน 5 นาที] - Agarmermaid

ต่อมาเป็นสูตร วุ้นกะทิ แฟนซี ที่อร่อยไม่แพ้วุ้นสูตรแรกเลยทีเดียว โดยเราจะพาทุกคนมาทำ วุ้นกะทิดอกไม้ น่ารัก ๆ ที่แม้ว่าหน้าตาจะสวยหรูดูแพง แต่ขั้นตอนการทำนั้นไม่ได้ยากเหมือนอย่างในอดีตที่ต้องอาศัยความประณีต บรรจงในการทำ โดยเรามีการนำเอา พิมพ์วุ้น เข้ามาช่วยให้การทำขนมครั้งนี้ง่ายยิ่งขึ้น ทุกคนสามารถเลือกแต่งเสริมเติมสีสันได้ตามชอบ

วัตถุดิบ

  1. กะทิ 250 มิลลิลิตร
  2. น้ำเปล่า 250 มิลลิลิตร
  3. ผงวุ้น 1/2 ช้อนโต๊ะ 
  4. น้ำตาลทราย 50 กรัม
  5. เกลือ 1/4 ช้อนชา 
  6. สีผสมอาหารตามชอบ
  7. พิมพ์ซิลิโคน รูปดอกไม้

ขั้นตอนวิธีทำวุ้นกะทิแฟนซี

  1. ขั้นตอนแรกใส่น้ำลงไปในหม้อ ตามด้วยผงวุ้น คนให้ส่วนผสมละลายเข้ากัน และพักไว้ 10 นาที เปิดเตาด้วยไฟกลางค่อนอ่อน ระหว่างนี้ให้คนตลอดเวลาเพื่อให้ผงวุ้นละลายดี หลังจากนั้นใส่น้ำตาลทราย เกลือ และกะทิลงไปคนเบา ๆ ให้ละลายเข้ากัน เมื่อเดือดที่ขอบหม้อแล้วให้ปิดเตา
  2. นำส่วนผสมที่เคี่ยวเสร็จแล้วมาแบ่งใส่ถ้วย ตามจำนวนสีที่เลือกใช้ จากนั้นใส่สีผสมอาหารลงไปคนให้เข้ากัน และตักหยอดลงไปในพิมพ์เป็นชั้นแรก เมื่อชั้นแรกเริ่มแห้งแล้วค่อยใส่ชั้นต่อ ๆ ไปได้ตามชอบ พักไว้เป็นเวลา 40 นาที ให้ผงวุ้นเซทตัว เสร็จแล้วนำออกจากพิมพ์มารับประทานได้เลย

บทสรุป

เป็นอย่างไรกันบ้างคะกับ 2 สูตร วุ้นกะทิ ขนมไทยยอดนิยม ที่เราได้หยิบยกเอามาแนะนำกันในบทความนี้ ทำง่ายกว่าที่หลาย ๆ คนคิดใช่ไหมคะ และยังสามารถนำไปปรับใช้กับพิมพ์วุ้นรูปอื่น ๆ หรือแม้แต่เค้กวุ้นมอบให้กันในวันเกิดก็สามารถทำได้ด้วยเช่นกัน หากใครที่อยาก ทำขนมสนุก ๆ แนะนำเมนูนี้เลย หรือใครอยากทำ วุ้นกะทิ ขายก็สามารถนำไปทำได้ รับรองว่าทำทานง่าย ทำขายคล่องเลยค่ะ 

 

 

เว็บบอล

READ MOREREAD MORE

ขนมตาล สูตรขนมไทยพื้นบ้าน กลิ่นหอม เนื้อนุ่ม ฟู สีเหลืองนวลขนมตาล สูตรขนมไทยพื้นบ้าน กลิ่นหอม เนื้อนุ่ม ฟู สีเหลืองนวล

ขนมตาล สูตรขนมไทยพื้นบ้าน กลิ่นหอม เนื้อนุ่ม ฟู สีเหลืองนวล

ขนมไทย เป็นของหวานที่แสดงถึงเอกลักษณ์วัฒนธรรมประจำชาติของไทยได้เป็นอย่างดี และเป็นสิ่งที่ส่งต่อสูตรกันมาจากรุ่นสู่รุ่นตั้งแต่สมัยโบราณ ส่งต่อความอร่อยมาจนถึงปัจจุบัน ขนมไทยส่วนใหญ่จึงมีประวัติความเป็นมาที่ยาวนาน และน่าสนใจ เหมาะแก่การเรียนรู้ ทำความรู้จักขนมไทยแต่ละชนิด ในบทความนี้เราจะพาทุกคนไปรู้จักกับ “ขนมตาล” ขนมไทยยอดนิยมอีกหนึ่งชนิด พร้อมสูตรวิธีการทำขนมไทยง่าย ๆ ที่ใช้วัตถุดิบจาก ลูกตาล ที่ทั้งอร่อย และมีประโยชน์

แนะนำ ขนมตาล ขนมไทยทำง่าย รสชาติดี 

หากคุณเป็นมือใหม่ที่กำลังอยากลองทำขนมด้วยตนเอง แนะนำให้เริ่มทำจาก ขนมไทยง่าย ๆ ก่อน แล้วค่อยเริ่มไปทำขนมไทยอื่น ๆ ที่ต้องใช้ความประณีต ละเอียดในการทำ ซึ่ง ขนมตาล ก็ถือเป็นขนมที่ตอบโจทย์ให้กับมือใหม่ เป็น ขนมไทยพื้นบ้าน ที่สามารถทำได้ง่าย ๆ ใช้วัตถุดิบ และอุปกรณ์ในการทำน้อย ได้รับความนิยมทำกันทั่วทุกภาคของประเทศไทย โดยเฉพาะจังหวัดเพชรบุรีที่มีการปลูกต้นตาลมากที่สุดในประเทศไทย แต่ก่อนที่จะไปลองทำนั้นเราจะขอแนะนำเรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับ ขนมตาล นี้ให้ได้รู้จักกันก่อน

ประวัติความเป็นมาของขนมตาล

ความหมายของขนมตาล คือ ขนมไทยดั้งเดิมที่ทำมาจากผลตาล ไม่มีประวัติที่บอกถึงความเป็นมาว่า เกิดขึ้นเมื่อใด และใครเป็นผู้คิดค้นขึ้นมาเป็นคนแรก แต่ ขนมตาล ได้รับการยกย่องให้เป็นขนมขึ้นชื่อในสมัยสุโขทัยเลยทีเดียว ซึ่งในสมัยนั้นจะใช้ส่วนผสมหลักที่มีอยู่ทั่วไป คือ แป้งข้าวเจ้า น้ำตาล เนื้อตาล และมะพร้าว จนกระทั่งต่อมาได้มีการปรับเปลี่ยนสูตรใหม่ โดยชาวอยุธยา ได้มีการนำส่วนผสมของไข่ใส่เข้าไปด้วย และในปัจจุบันยังมีการใช้ สูตรขนมตาล ดังกล่าวนี้อยู่ 

หน้าตา เนื้อสัมผัส และรสชาติของขนม

 

สำหรับใครที่ยังไม่รู้จัก และไม่เคยรับประทาน ขนมตาล มาก่อนเลย ต้องบอกเลยว่ามีลักษณะที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง แตกต่างจาก ขนมไทย ชิ้นอื่น ๆ นั้นก็คือ เป็นขนมชิ้นเล็กสีเหลืองเข้ม เนื้อนุ่ม ฟู ทำมาจากเนื้อตาลสุก ผสมกับแป้งข้าวเจ้า และกะทิ โรยหน้าด้วยเนื้อมะพร้าวทึนทึกขูดฝอย รสชาติหวาน กลิ่นของขนมตาล หอม เนื้อสัมผัสนุ่มลิ้น เข้ากันได้ดีกับเนื้อมะพร้าวหวานมัน แต่ในปัจจุบันหา ขนมตาล ที่รสชาติดีได้ยากมาก เพราะปริมาณการปลูกต้นตาลในประเทศไทยที่ลดลงเรื่อย ๆ จึงหาเนื้อตาลสดได้ยาก

วัตถุดิบ และขั้นตอนวิธีทำขนมตาล

เราจะพาทุกคนไปทำ ของหวานไทย ง่าย ๆ ที่สามารถทำเองได้แบบไม่งง เพราะมีการบอกขั้นตอนตั้งแต่วิธีการเตรียมเนื้อตาลสุก ไปจนถึงขั้นตอนวิธีการทำ ขนมตาล ซึ่งเป็นสูตรที่เหมาะสำหรับมือใหม่ และมือฉมัง ทำทานได้ ทำขายก็สร้างรายได้เสริมได้ อย่ารอช้าค่ะ ไปเตรียมวัตถุดิบ และดูขั้นตอนการทำ ขนมไทยทำง่าย กันเลย

วัตถุดิบในการเตรียมเนื้อตาลสุก

  1. ลูกตาลสุก 2 ลูก
  2. น้ำสะอาดสำหรับล้างเนื้อตาล
  3. เกลือ 1 ช้อนโต๊ะ

วัตถุดิบในการทำหน้ามะพร้าว

  1. แป้งข้าวเจ้า 300 กรัม
  2. เนื้อตาลยี 200 กรัม
  3. หัวกะทิ 600 กรัม 
  4. ยีสต์ 2 ช้อนชา
  5. ผงฟู 1+1/2 ช้อนชา
  6. น้ำตาลทรายขาว 300 กรัม
  7. เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
  8. เนื้อมะพร้าวทึนทึกขูดเส้น ปริมาณตามชอบ
ขั้นตอนวิธีเตรียมเนื้อตาลสด
  • ขั้นตอนแรกนำลูกตาลสด 2 ลูกไปล้างน้ำให้สะอาด จากนั้นดึงขั้วตาลออกแล้วใช้มีดปลอกเปลือก และใช้มือดึงเปลือกสีดำออกให้หมด ดึงแกนแข็ง ๆ หรือใจตาลออก (ส่วนนี้หากแยกออกไม่หมดจะทำให้เนื้อตาลมีรสขม และเฝื่อน) และแยกส่วนของผลตาลใส่ในชามผสม
  • ต่อมาเป็น วิธีล้างเนื้อตาล เติมน้ำใส่ลงไปให้ท่วม ตามด้วยเกลือ (ช่วยลดความขม และเฝื่อนของเนื้อตาล) จากนั้นใช้มือคั้น และยีให้เนื้อตาลออกมาได้มากที่สุด เสร็จแล้วนำไปกรองด้วยตะแกรงใส่ลงในภาชนะอีกหนึ่งใบ
  • นำเนื้อตาลในภาชนะที่ผ่านการกรองแล้ว มาเทใส่ผ้าขาวบางทบ 2 ชั้น รองด้วยตะแกรง และรองด้วยชามผสม ทำการรวบผ้าเข้าหากันแล้วมัดไว้ ทิ้งไว้ 1 คืน เพื่อให้น้ำที่ปนอยู่ในเนื้อตาลไหลออกมาให้หมด เมื่อรอจนครบเวลา วิธีเก็บเนื้อตาลที่ยีแล้ว ให้นำไปใส่ในบรรจุภัณฑ์ที่มีฝาปิด เพื่อนำไปเป็นวัตถุดิบในการทำขนมต่อไป

ขั้นตอนวิธีทำขนมตาล

  • ขั้นตอนแรกใส่หัวกะทิลงไปในหม้อ ตามด้วยน้ำตาลทราย และเกลือป่น เปิดเตาต้มด้วยไฟอ่อนให้ส่วนผสมละลายเข้ากัน เสร็จแล้วปิดเตานำไปพักไว้ให้เย็นสนิท
  • ผสมแป้งข้าวเจ้ากับยีสต์ให้เข้ากัน และใส่เนื้อตาลทั้งหมดที่เตรียมไว้ลงไปคลุกเคล้าให้เข้ากันจนได้ลักษณะคล้ายเม็ดทราย จากนั้นทยอยใส่น้ำกะทิที่เตรียมไว้ลงไปนวดทีละนิด จนแป้งจับตัวเป็นก้อน และนวดต่อเป็นเวลา 30 นาที จนเนื้อแป้งเนียนได้ที่ และทยอยใส่น้ำกะทิที่เหลือลงไปละลายแป้งอีกครั้งให้เหนียวข้น จนกว่าน้ำกะทิที่เตรียมไว้จะหมด ใช้แผ่นฟิล์มถนอมอาหารห่อชามผสมแล้วพักแป้งไว้ในบริเวณที่มีแดดจัด เป็นเวลา 3 ชั่วโมง 
  1. เมื่อพักแป้งไว้จนครบเวลาแล้วให้ร่อนผงฟูใส่ลงไป ใช้ไม้พายคนผสมให้เข้ากัน พักไว้แล้วไปนึ่งถ้วยตะไลด้วยน้ำเดือดจัดเป็นเวลา 10 นาที จากนั้นคนแป้งเล็กน้อยก่อนจะหยอดแป้งลงไปให้เต็มถ้วยตะไล นำเนื้อมะพร้าวขูดฝอยมาคลุกเคล้าให้เข้ากันกับเกลือแล้วโรยหน้าขนม และนึ่งด้วยไฟแรงจัดเป็นเวลา 25 นาที เสร็จแล้วยกออกจากเตาพักไว้ให้เย็น และนำไปรับประทานได้เลยค่ะ

บทสรุป

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ กับข้อมูลน่ารู้เกี่ยวกับ ขนมตาล พร้อมสูตรวิธีการทำ ขนมไทยง่าย ๆ ซึ่งเป็นสูตรที่เราคัดสรรมาแล้วเป็นอย่างดี และเชื่อว่าทุกคนสามารถนำไปทำตามได้เองที่บ้าน เนื่องจากในปัจจุบันเริ่มจะหาทานที่อร่อย ๆ ได้ยากแล้ว จึงควรค่าแก่การ อนุรักษ์ขนมไทย เอาไว้ ด้วยการลงมือทำด้วยตัวเอง และบอกต่อสูตรนี้ต่อไปให้คนรุ่นหลังได้รู้จัก

 

 

เว็บบอล

READ MOREREAD MORE