หมวดหมู่: สูตรขนม

ข้าวเหนียว ทุเรียน

มาเพิ่มความอร่อยแบบง่าย ๆ ด้วยการทำ ข้าวเหนียว ทุเรียน เมนูโปรดของใครหลาย ๆ คนมาเพิ่มความอร่อยแบบง่าย ๆ ด้วยการทำ ข้าวเหนียว ทุเรียน เมนูโปรดของใครหลาย ๆ คน

ข้าวเหนียว ทุเรียน

ราชาแห่งผลไม้อย่างทุเรียนน่าจะเป็นผลไม้ชนิดโปรดของใครหลาย ๆ คน ซึ่งหนึ่งในเมนูที่นำผลไม้ชนิดนี้มาทำ และได้รับความนิยมเป็นอย่างมากคือ ข้าวเหนียว ทุเรียน ซึ่งเมนูนี้สามารถทำเองได้ง่าย ๆ ที่บ้าน ใครมีครอบครัวใหญ่ หรืออยากปาร์ตี้ทุเรียนให้จุใจมาเก็บสูตรไปใช้กัน

ทำไม ข้าวเหนียว ทุเรียน ต้องใช้ทุเรียนชะนี

ข้าวเหนียว ทุเรียน

ทุเรียนนั้นมีหลายสายพันธุ์มาก แต่ถ้าจะทำ ข้าวเหนียวทุเรียน แนะนำว่าให้เลือกทุเรียนชะนีมาทำ เหตุผลเป็นเพราะว่า มาพร้อมเนื้อเรียน เหนียว นุ่ม สีสวย มีความหวานมันในตัว และราคาถูกกว่าทุเรียนหมอนทอง ดังนั้นเมื่อนำมาทำข้าวเหนียวทุเรียนจะได้รสชาติที่ลงตัวมากขึ้น ใครที่อยากลองทำแนะนำว่าให้เลือกพันธุ์นี้มาใช้ รับรองว่าอร่อยติดใจ เหมือนไปกินที่ร้านอาหารไทยกันอย่างแน่นอน

วัตถุดิบในการทำ ข้าวเหนียว ทุเรียน

ถึงเวลามาเตรียมวัตถุดิบในการทำข้าวเหนียว ทุเรียน กันแล้ว เมนูนี้เด็ดยอดนิยมของไทยที่ทำให้คนทั่วโลกหลงรักต้องใช้อะไรบ้าง มาเตรียมวัตถุดิบข้าวเหนียว ทุเรียน โบราณไปพร้อมกันเลย

ข้าวเหนียว ทุเรียน
  • วัตถุดิบของข้าวเหนียว มูน ทุเรียน
    • ข้าวเหนียวเขี้ยวงู 500 กรัม
    • สารส้มก่อน 1 ก้อน
    • หัวกะทิ 300 กรัม
    • น้ำตาลทราย 120 กรัม
    • เกลือ 2 ช้อนชา
    • ใบเตย 4 ใบ
  • วัตถุดิบน้ำกะทิสำหรับราด
    • หัวกะทิ 700 กรัม
    • น้ำตาลปี๊บ 120 กรัม
    • เนื้อทุเรียนสุกพอดี 400 กรัม
    • เกลือ 2 ช้อนชา
    • ใบเตย 2 ใบ

หมายเหตุ : การเลือกทุเรียนมาทำน้ำราดกะทิ ควรเลือกทุเรียนที่สุกกำลังพอดี จะได้เนื้อทุเรียนที่นุ่ม ไม่เละจนเกินไป

มาเริ่มทำ ข้าวเหนียว ทุเรียน ไปพร้อมกัน

หลังจากที่เตรียมวัตถุดิบสำหรับการทำข้าวเหนียว ทุเรียนเรียบร้อยแล้ว เรามาเริ่มขั้นตอนของวิธี ทำ น้ำกะทิ ทุเรียนและมูนข้าวเหนียวกันเลยดีกว่า รับรองว่าจะออกมาเป็นเมนูโปรดที่อร่อยถูกปากอย่างแน่นอน

ข้าวเหนียว ทุเรียน
  1. เริ่มจากการทำส่วนของข้าวเหนียวมูนก่อน โดยให้นำข้าวเหนียวเขี้ยวงู ไปล้างน้ำสะอาด 3-4 น้ำ จากว่าน้ำจะใส
  2. เมื่อล้างครบรอบให้ทำการขัดด้วยสารส้ม โดยนำข้าวที่ล้างแล้วมาขัดบนสารส้มก้อนเบา ๆ อย่าขัดแรง ขัดจนกว่าผิวข้าวจะเงาสวย จากนั้นแช่ข้าวไว้ประมาณ 1-2 ชั่วโมง ก่อนที่จะนำไปนึ่ง
  3. เมื่อครบเวลาให้ทำการนึ่งข้าว โดยตั้งหม้อเติมน้ำ ใส่ใบเตยลงไป วางหวดนึ่งข้าวเหนียวไว้ด้านบน จากนั้นนำข้าวเหนียวที่ล้างสะอาดแล้ว ใส่ลงไปในหวดนึ่ง แล้วนึ่งประมาณ 30 นาที
  4. เมื่อข้าวเหนียวสุก นำออกมาพักไว้ในชาม เตรียมไว้
  5. จากนั้นเริ่มทำน้ำมูนข้าวเหนียว เริ่มจากการตั้งหม้อ ใส่หัวกะทิ น้ำตาลทราย เกลือ ใบเตย ต้มด้วยไฟอ่อน คนให้ส่วนผสมพอเข้ากัน แค่พอร้อน ไม่ต้องต้มจนเดือด ปิดเตา
  6. นำน้ำกะทิที่ต้มเสร็จ มาราดบนข้าวเหนียวที่เตรียมไว้ คลุกให้เข้ากัน หาฝาปิดเพื่อพักไว้ รอจนข้าวเหนียวดูดซึมน้ำกะทิ แนะนำว่าอาจจะคอยหมั่นคนเป็นระยะ ๆ ได้เพื่อให้คลุกเคล้าซึมเข้าข้าวเหนียวมากขึ้น จากนั้นทิ้งไว้ประมาณ 1 ชั่วโมง เมื่อครบเวลาจะได้ข้าวเหนียวมูนที่แห้ง เม็ดข้าวสวย
  7. เมื่อเตรียมส่วนข้าวเหนียวเรียบร้อย ให้นำทุเรียนมาแกะ เอาเม็ดด้านในออก หั่นเป็นชิ้นขนาดปานกลาง จากนั้นใช้ส้อมค่อย ๆ ยีทุกเรียนให้เป็นเส้น ๆ เตรียมไว้
  8. ตั้งหม้อ ใส่หัวกะทิ เกลือ น้ำตาลปี๊บ ใบเตย เปิดเตา ใช้ไฟอ่อน ต้มให้น้ำตาลละลาย พอร้อน
  9. จากนั้นนำเนื้อทุเรียนที่เตรียมไว้ใส่ลงไปในน้ำกะทิ ต้มให้พอร้อน ชิมรสชาติ และเติมรสได้ตามชอบ ต้มจนส่วนผสมทั้งหมดร้อน แต่ไม่ถึงกับเดือด เมื่อร้อนดีแล้ว ปิดเตา
  10. เริ่มการจัดจาน โดยนำข้าวเหนียวมูน ตักใส่จาน ราดด้วยน้ำกะทิทุเรียน ตกแต่งด้วยชิ้นทุเรียนด้านข้าง หรือด้านบนตามชอบ ปิดท้ายด้วยราดหัวกะทิลงไปนิดนึง พร้อมเสิร์ฟความอร่อยกันแล้ว
ข้าวเหนียว ทุเรียน

เมนู ข้าวเหนียวทุเรียน นั้นต้องใส่ใจตั้งแต่การเลือกทุเรียน ไปจนถึงการทำน้ำกะทิ ทุเรียนให้อยู่ในระดับความร้อนที่พอดี เพื่อให้ทุกส่วนลงตัว ไม่ทำให้ช้ำ หรือเละจนเกินไป เมนูนี้มักมีในช่วงฤดูร้อน ต้องระวังเรื่องการเก็บวัตถุดิบ โดยเฉพาะน้ำกะทิ เพราะเมื่อเจออากาศร้อนมากอาจเสียง่ายขึ้นนั่นเอง

อ่านบทความอื่นๆ:

READ MOREREAD MORE
พุดดิ้งมะพร้าวอ่อน

มาทำขนมสุดฟินหอมอร่อยอย่าง พุดดิ้งมะพร้าวอ่อน กินกัน ใครชอบกลิ่นหอมของมะพร้าวต้องไม่พลาดมาทำขนมสุดฟินหอมอร่อยอย่าง พุดดิ้งมะพร้าวอ่อน กินกัน ใครชอบกลิ่นหอมของมะพร้าวต้องไม่พลาด

พุดดิ้งมะพร้าวอ่อน

พุดดิ้งมะพร้าวอ่อน น่าจะเป็นเมนูที่หลายคนคุ้นเคยกันดี แต่ถ้าใครยังไม่เคยทำด้วยตัวเองบอกเลยว่าเมนูนี้ทำง่ายกว่าที่คิด แถมยังอร่อยอีกด้วย ใครกำลังมองหาเมนูของหวานกินเล่น ที่ได้ทั้งทำทั้งกิน เป็นการพักผ่อนเข้าครัวในสไตล์ที่หลาย ๆ คนชอบ วันนี้เรามาเก็บสูตรแล้วไปทำตามกันเลยดีกว่า

ประโยชน์ที่น่าสนใจของ พุดดิ้งมะพร้าวอ่อน

พุดดิ้งมะพร้าวอ่อน

สำหรับ พุดดิ้ง มะพร้าวอ่อน นั้นถึงจะเป็นขนมหวาน แต่ถ้าได้สูตร พุดดิ้ง มะพร้าว อ่อนทำเองด้วยวันนี้จะทำให้คุณได้รับความอร่อยที่เป็นธรรมชาติเพิ่มมากขึ้น ดังนั้นสิ่งที่จะได้จากเมนูนี้ก็คือ มะพร้าวมีส่วนช่วยบำรุงผิว ลดอาการท้องผูก บำรุงสมอง ลดไขมัน และพุดดิ้ง มะพร้าว อ่อนพร้อมที่จะมอบความสดชื่นให้กับร่างกายอีกด้วย ดังนั้นใครอยากได้ประโยชน์เหล่านี้อย่าพลาดที่จะมาทำเมนูนี้ไปพร้อมกัน

วัตถุดิบที่ต้องใช้สำหรับเมนู พุดดิ้งมะพร้าวอ่อน

เตรียมตัวมาจดรายการเตรียมเพื่อทำเมนูพุดดิ้งมะพร้าวอ่อน กันดีกว่า โดยส่วนผสมนั้นจะต้องแบ่งเป็นส่วนพุดดิ้ง กับน้ำราดพุดดิ้ง พุดดิ้ง มะพร้าวอ่อนต้องใส่อะไรบ้างมาดูกันเลย

พุดดิ้งมะพร้าวอ่อน
  • วัตถุดิบพุดดิ้ง
    • น้ำตาลทราย 90 กรัม
    • ผงวุ้น 2 ช้อนชา
    • น้ำเปล่า 350 กรัม
    • น้ำมะพร้าว 350 กรัม
    • กะทิ 120 กรัม
    • เนื้อมะพร้าวอ่อน 200 กรัม
  • วัตถุดิบน้ำราดพุดดิ้ง
    • นมสดรสจืด ½ ถ้วย
    • นมข้นจืด ½ ถ้วย
    • นมข้นหวาน (ปริมาณตามชอบ)

วิธีทำพุดดิ้งมะพร้าวอ่อน

เมื่อเตรียมวัตถุดิบของพุดดิ้งมะพร้าวอ่อนกันเรียบร้อยแล้ว เรามาเริ่มขั้นตอนของการทำพุดดิ้งมะพร้าวกันต่อดีกว่า จะได้มีเมนูขนมหวานสุดฟินไปกินกันให้อร่อย

พุดดิ้งมะพร้าวอ่อน
  1. เทน้ำตาลทราย และผงวุ้นใส่ลงในอ่างผสม คนให้เข้ากัน จากนั้นพักไว้
  2. ใส่น้ำเปล่าและน้ำมะพร้าวลงในหม้อ นำขึ้นตั้งไฟแล้วเทส่วนผสมผงวุ้นกับน้ำตาลทรายลงไป คนให้เข้ากันจนเดือด จากนั้นปิดไฟ แล้วคนต่อไปเรื่อย ๆ เพื่อให้ผงวุ้นละลาย
  3. เทกะทิลงไปในหม้อคนให้เข้ากัน จากนั้นใส่เนื้อมะพร้าวอ่อนลงไป แล้วคนเบา ๆ
  4. ตักใส่ภาชนะ นำไปแช่เย็น เพื่อให้วุ้นเซตตัวเร็วขึ้น
  5. เตรียมอีกชามผสมแล้วเริ่มผสมนมสด นมข้นจืด และนมข้นหวานเข้าด้วยกัน คนให้ส่วนผสมเข้ากันเป็นเนื้อเดียว
  6. เมื่อพุดดิ้งเซตตัวแล้วให้นำส่วนน้ำมาราดตามปริมาณที่ชอบเพียงเท่านี้ก็พร้อมเสิร์ฟ หรือถ้าต้องการความชื่นใจสามารถนำพุดดิ้งที่ราดน้ำแล้วเข้าแช่เย็นอีกครั้งก่อนกินได้

นอกจาก พุดดิ้งมะพร้าวอ่อน แล้วยังมีพุดดิ้งอะไรที่นิยมอีกบ้าง

เรามาหาแรงบันดาลใจเพิ่มเติมนอกจากการทำพุดดิ้งมะพร้าวอ่อน กันดีกว่าว่าในประเภทขนมหวานแบบนี้ยังมีอะไรที่น่าสนใจอีกบ้าง เพื่อให้คุณได้เก็บไปเป็นไปเดียในการทำขนมกัน

พุดดิ้งมะพร้าวอ่อน
  • คัสตาร์ด

เมนูนี้จะมาพร้อมความหอมหวาน สามารถนำไปปรับกินได้กับหลายเมนู เป็นเสน่ห์ของกลิ่นคาราเมลที่ลงตัว หยิบไปกินเดี่ยว ๆ หรือจะกินคู่กับไอศกรีมก็เข้ากันได้อย่างลงตัว เหมาะเป็นของหวานปิดท้ายมื้ออาหารมากที่สุดเมนูหนึ่งเลยทีเดียว

  • ผลไม้

การนำพุดดิ้ง มะพร้าวมาผสมรวมกับผลไม้สด หรือผลไม้ลอยแก้วบอกเลยว่าทำให้ความอร่อยเพิ่มมากขึ้นไปอีก ส่วนใหญ่จะนิยมนำเงาะ หรือลิ้นจี่มากินด้วยกัน ความหอม หวาน มีเปรี้ยวตามมานิด ๆ บอกเลยว่าเป็นเมนูที่เติมความสดชื่นได้อย่างน่าประทับใจ

  • ชาเขียว

เมนูนี้จะมิกซ์รวมให้เป็นทั้ง พุดดิ้งมะพร้าวอ่อนและชาเขียว ราดด้วยน้ำราดมะพร้าวผสมชาเขียวก็ยังลงตัว หรือจะกินกันแบบชาเขียวเดี่ยว ๆ ก็ได้เหมือนกัน ยิ่งได้ผงชาเขียวดี ๆ มาทำ ยิ่งเพิ่มความอร่อยในสไตล์ญี่ปุ่นให้คุณได้

พุดดิ้งมะพร้าวอ่อน

พุดดิ้ง มะพร้าวอ่อน ถือเป็นอีกเมนูที่เรียกว่าทำกินก็ได้ ทำขายก็ดี ยิ่งพัฒนาความละเอียดในการทำแต่ละขั้นตอน เลือกวัตถุดิบที่สดใหม่เข้ามาทำมากแค่ไหนก็ยิ่งทำให้เมนูนี้อร่อยเป็นที่ติดใจได้มากขึ้นเท่านั้น แถมยังทำเก็บเอาไว้กินในตู้เย็นกันได้อีกด้วย

อ่านบทความอื่นๆ:

READ MOREREAD MORE
ขนม เบื้อง โบราณ

ใครที่ชอบความกรอบ หวาน มันที่ลงตัวมาทำ ขนม เบื้อง โบราณ ด้วยสูตร แป้ง เบื้อง โบราณกันดีกว่าใครที่ชอบความกรอบ หวาน มันที่ลงตัวมาทำ ขนม เบื้อง โบราณ ด้วยสูตร แป้ง เบื้อง โบราณกันดีกว่า

ขนม เบื้อง โบราณ

ขนม เบื้อง โบราณ น่าจะเป็นเมนูสุดโปรดของใครหลาย ๆ คน จะสนุกและได้กินกันแบบจุใจกว่าแน่นอนถ้าคุณเลือกลองทำด้วยตัวเอง ใครกังวลว่าอาจไม่ได้สูตรที่อร่อยแบบไทยโบราณ บอกเลยว่าวันนี้เราเตรียมสูตรที่คุณจะต้องติดใจมาฝากกันที่นี่เรียบร้อยแล้ว อร่อยแบบต้นตำรับ ทำง่ายมากที่สุด ต้องทำอย่างไรบ้าง มาดูกันเลย

ความเป็นมาของ ขนม เบื้อง โบราณ

ขนม เบื้อง โบราณ

เรามาทำความรู้จักกับที่มาของขนมที่มีเสน่ห์เมนูนี้อย่าง ขนมเบื้อง โบราณ กันดีกว่า เชื่อกันว่าขนม เบื้องมีมาแต่สมัยสุโขทัย เพราะมีภาพเขียนในวัดแห่งหนึ่งในเมืองสุโขทัย และเมนูนี้ได้รับการสืบทอดต่อ จนถึงสมัยอยุธยา เพราะพบชื่อในวรรณคดี ขุนช้างขุนแผน และเป็นขนมที่ใช้ในพระราชพิธี 12 เดือนอีกด้วย ดังนั้นความอร่อยที่เป็นตำนานขนาดนี้คนไทยหรือต่างชาติที่ได้ลองติดใจทุกคนอย่างแน่นอน

วัตถุดิบที่ต้องใช้สำหรับ ขนม เบื้อง โบราณ

ถ้าอยากทำ ขนม เบื้องโบราณ ให้ออกมาตามสูตร ขนม เบื้องแบบไทยแท้ต้องเตรียมอะไรบ้าง เรามีคำตอบมาให้คุณ รับรองว่าเป็นวัตถุดิบที่หาไม่ยาก วันนี้เราเลือกเป็นไส้หวานมานำเสนอ ถึงเวลาให้คุณได้สนุกไปกับเมนูนี้กันแล้ว

ขนม เบื้อง โบราณ
  • วัตถุดิบทำแป้งขนมเบื้อง
    • แป้งข้าวเจ้า 1 ถ้วย 
    • แป้งถั่วเขียว ½ ถ้วย
    • แป้งสาลีอเนกประสงค์ ¼ ถ้วย
    • ไข่แดง 3 ฟอง  (ไข่เป็ด)
    • น้ำตาลปี๊ป ½ ถ้วย 
    • น้ำปูนใส 2 ถ้วย 
    • เกลือ ½ ช้อนชา
  • วัตถุดิบทำไส้หวาน
    • ไข่ขาว (ไข่เป็ด) 
    • น้ำตาลทราย 1 ถ้วย 
    • ครีมออฟททาร์ทาร์ 1 ช้อนชา 
    • ฝอยทอง ตามชอบ

วิธีทำ ขนมเบื้องโบราณ

เมื่อเตรียมวัตถุดิบสำหรับขนม เบื้อง โบราณ เรียบร้อยแล้ว เรามาเริ่มทำกันเลยดีกว่า เพื่อที่จะได้เมนูขนมเบื้อง โบราณมากินและปาร์ตี้กับเพื่อน ๆ และครอบครัวไปพร้อมกัน

ขนม เบื้อง โบราณ
  1. ผสมแป้งขนมเบื้อง ด้วยการนำไข่แดงมาตี กับน้ำตาลปี๊บ ตีจนจนน้ำตาลปี๊บละลาย จากนั้นร่อนแป้งข้าวเจ้า แป้งถั่วเขียว แป้งสาลีอเนกประสงค์ และเกลือ ลงไป ตีให้พอเข้ากัน และปิดท้ายด้วยการใส่น้ำปูนใสลงไป และตีให้พอเข้ากัน จากนั้นพักแป้งไว้ในอุณหภูมิห้องประมาณ 30 นาที
  2. มาเริ่มทำไส้ขนมเบื้องฝอยทอง โดยการนำไข่ขาวใส่ชามผสม ใส่ครีมออฟทาร์ทาร์ลงไป และตีพอให้ขึ้นฟอง จากนั้นค่อย ๆ ใส่น้ำตาลทรายลงไป และตีด้วยความเร็วสูง จนตั้งยอดแข็ง 
  3. เมื่อวัตถุดิบทุกอย่างพร้อมเริ่มทอดแป้งขนมเบื้องโบราณ โดยการนำกระทะขึ้นตั้งไฟปานกลาง และรอจนร้อน

ใส่แป้งขนมเบื้องลงไปประมาณ ½ ช้อนโต๊ะ และรอจนแป้งขนมเบื้องสุก แล้วใส่ครีมลงไปประมาณ ½ ช้อนโต๊ะ ตามด้วยฝอยทอง ใช้ไม้พายแซะ และพับครึ่ง จัดใส่จาน พร้อมที่จะกินกันได้ทันทีหลังลงจากเตาร้อน ๆ

ขนมเบื้องโบราณ มีสูตรไหนน่าสนใจอีกบ้าง

วันนี้เราได้แนะนำ ขนม เบื้องโบราณ ที่เป็นไส้หวานกันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่วิธี ทำ ขนม เบื้องยังมีอีกหลายสูตรที่น่าสนใจ เราจึงขออาสามาแนะนำให้คุณได้รู้จักกับเมนูนี้เพิ่มเติมกัน เผื่อว่าจะเป็นแรงบันดาลใจในการทำขนมไทยของคุณให้สนุกมากขึ้น แบบง่าย ๆ

ขนม เบื้อง โบราณ
  • ไส้เค็ม

ตัวแป้งสามารถที่จะทำเหมือนกันได้ แต่ตัวไส้ให้เปลี่ยนวัตถุดิบเป็นกุ้งนางสับหยาบ ๆ หอมสับ มันกุ้ง เกลือป่น พริกไทยป่น มะพร้าวทึนทึกขูด ผักชีเด็ดเป็นใบ ๆ เหมาะสำหรับคนที่ไม่ชอบกินหวานมาก บอกเลยว่าไส้เค็มก็ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน

  • แบบไทย

สูตรนี้มีความเป็นไทยเหมือนกัน แต่ต่างกันตรงที่เพิ่มถั่วทองคั่ว ข้าวสาร งาคั่ว และกุ้งเข้ามา ถือว่าเป็นสูตรที่หากินยาก แต่เมื่อได้กินแล้วทำให้ติดใจได้ไม่ยากอย่างแน่นอน

ขนม เบื้อง โบราณ

ขนมเบื้อง โบราณ ถือเป็นหนึ่งในเมนูยอดนิยมตลอดกาลของเหล่าขนมไทย ใครที่อยากลองทำด้วยตัวเองสามารถนำสูตรจากเราในวันนี้ไปเข้าครัวรังสรรค์กันได้เลย และยังสามารถปรับเพิ่มปริมาณได้ตามความชอบอีกด้วย หรือถ้าอยากต่อยอดสร้างอาชีพเมนูนี้ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน เพราะทำง่าย และยังช่วยส่งต่อความเป็นไทยให้ไม่หายไปจากวัฒนธรรมอาหารอีกด้วย

อ่านบทความอื่นๆ:

READ MOREREAD MORE
ขนม ถัง แตก

ใครเป็นสาวกของ ขนม ถัง แตก บอกเลยว่าเมนูนี้ทำไม่ยาก พร้อมแล้วมาเก็บสูตรไปทำกินกันเองเลยดีกว่าใครเป็นสาวกของ ขนม ถัง แตก บอกเลยว่าเมนูนี้ทำไม่ยาก พร้อมแล้วมาเก็บสูตรไปทำกินกันเองเลยดีกว่า

ขนม ถัง แตก

ขนม ถัง แตก นั้นจะนิยามว่าเป็นแพนเค้กไทยก็ว่าได้ มาพร้อมแป้งอร่อย มีไส้ กัดแล้วได้ความหวานหอม ที่สำคัญทำเองได้ไม่ยาก สามารถสร้างสรรค์ไส้ และรูปแบบการเสิร์ฟได้ตามความชอบ ใครหาไอเดียทำขนมไทยที่อร่อย และยังสามารถฟิวชั่นได้ เรามาเก็บสูตรขนมชนิดนี้ไปทำกัน

มารู้จักกับ ขนม ถัง แตก กันก่อน

ขนม ถัง แตก

เรามาทำความรู้จักกับ ขนม ถังแตก ให้มากขึ้นกันก่อน เพื่อที่จะเข้าใจถึงเสน่ห์ของถัง แตกให้มากขึ้น ขนมชนิดนี้เป็นขนมไทยโบราณ มาพร้อมแป้งห่อไส้ ดูแล้วคล้าย ๆ เครปและแพนเค้ก เน้นไส้มะพร้าว มีน้ำตาล เกลือ งา โรยเพิ่มความหอมและเนื้อสัมผัสที่เป็นเอกลักษณ์ของขนมถังแตกมากขึ้น เริ่มต้นมาจากชาวจีนที่นำมาขายในสนามมวย คนนิยมซื้อกินกันแก้หิวหรือรองท้องเพื่อเชียร์มวย แต่ด้วยความอร่อยทำให้นิยมต่อเนื่องแพร่หลายมาจนถึงปัจจุบัน

วัตถุดิบสำหรับการทำ ขนม ถัง แตก

เรามาเริ่มเตรียมวัตถุดิบให้พร้อมสำหรับ ขนมถังแตก กันดีกว่า ขนม ถังแตกที่ครบสูตรจะต้องใส่อะไรบ้าง เราเตรียมรายการวัตถุดิบที่เรียกว่าครบทุกรายละเอียด ให้คุณได้กินจนสัมผัสได้ถึงกลิ่นไอความยาวนานของเมนูนี้กัน

ขนม ถัง แตก
  • วัตถุดิบสำหรับการทำแป้งถังแตก
    • น้ำเปล่า 600 ml.
    • เกลือสมุทร 1 ช้อนชา
    • กะทิ 150 ml.
    • แป้งข้าวเจ้า 500 กรัม
    • แป้งสาลีอเนกประสงค์ 200 กรัม
    • น้ำตาลทราย 200 กรัม
    • ไข่ไก่เบอร์ 2 1 ฟอง
    • กลิ่นวานิลลา 1 ช้อนชา
    • ยีสต์ 1 ช้อนชา
    • ผงฟู 1 ช้อนโต๊ะ
  • วัตถุดิบทำน้ำตาลโรยหน้า
    • งาขาวคั่ว 40 กรัม
    • งาดำคั่ว 40 กรัม
    • น้ำตาลทราย 200 กรัม
  • วัตถุดิบทำไส้
    • มะพร้าวทึนทึกขูดเส้น 200 กรัม
    • เกลือสมุทร ½ ช้อนชา
    • ฝอยทอง
    • เผือกหอมหั่นเต๋า
    • มันม่วงหั่นเต๋า
    • ข้าวโพดฝาน

วิธีการทำขนมถังแตก

เมื่อทำการเตรียมวัตถุดิบของขนมถัง แตก กันเรียบร้อยแล้ว เรามาเริ่มเข้าสู่ขั้นตอนวิธี ทำ ขนมถังแตกกันดีกว่า บอกเลยว่าทำแล้วสนุก ยิ่งทำเองยิ่งเพิ่มปริมาณไส้ได้จุใจอีกด้วย

ขนม ถัง แตก
  1. เริ่มจากหมักแป้งของขนมชนิดนี้กันก่อน โดยแบ่งน้ำเปล่าประมาณ 100 ml. มาเข้าไมโครเวฟให้พออุ่น ๆ จากนั้นใส่น้ำตาลทรายลงไปผสม จากนั้นทำการคนให้น้ำตาลละลาย
  2. ใส่ยีสต์ลงไปในน้ำอุ่นที่ผสมน้ำตาลแล้ว ระวังอย่าให้น้ำร้อนเกินไป เมื่อใส่ยีสต์ลงไปในน้ำแล้วให้ทิ้งไว้ประมาณ 5 นาที
  3. เตรียมอ่างผสมอีกใบ เพื่อใส่น้ำเปล่าลงไป ตามด้วยน้ำตาลและเกลือ คนให้น้ำตาลละลาย
  4. พอทุกอย่างละลายให้ใส่แป้งทั้ง 2 ชนิดลงไป แล้วใช้ไม้พายยางตะล่อมให้ส่วนผสมเข้ากัน
  5. จากนั้นทำการใส่ไข่ไก่ กลิ่นวานิลลา หัวกะทิ และส่วนผสมของยีสต์ที่ทำไว้ลงไป แล้วใช้พายตะล่อมให้ส่วนผสมเข้ากันอีกครั้งหนึ่ง
  6. พอส่วนผสมเข้ากันให้ค่อย ๆ ใส่น้ำลงไปจนหมด แล้วคนให้ส่วนผสมเข้ากันด้วยตะกร้อมือ
  7. เมื่อผสมจนแป้งมีความเนียนดี ให้ใส่ผงฟูแล้วคนให้ส่วนผสมเข้ากันอีกรอบ
  8. ทำการพักส่วนผสมของแป้งให้แป้งอิ่มน้ำ โดยขั้นตอนนี้จะใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง
  9. เตรียมไส้มะพร้าวระหว่างรอ โดยเอามะพร้าวไปนึ่งประมาณ 5 นาที แล้วนำมาคลุกกับเกลือ
  10. เตรียมกระทะให้พร้อม จากนั้นใส่งาขาวและงาดำลงไป แล้วคั่วจนหอม จากนั้นนำไปบดให้พอแตก
  11. นำงามาผสมกับน้ำตาลแล้วคลุกเคล้าให้เข้ากัน
  12. นำเผือก มันม่วง และข้าวโพดมานึ่งให้สุก
  13. เมื่อครบเวลาในการเตรียมแป้งให้ได้ที่ ก็เตรียมทำขนมถัง แตก โบราณต่อกันได้เลย
  14. เริ่มการทำขนม ถัง แตก โบราณด้วยการตั้งกระทะ ใส่น้ำมันพืชเล็กน้อย พอกระทะร้อนให้ใส่แป้งลงไป
  15. ปิดฝาทิ้งไว้ประมาณ 2 นาที
  16. เมื่อครบเวลาและเปิดฝาออก ให้ใส่มะพร้าวตามด้วยน้ำตาลผสมงา จากนั้นใช้พายยางแซะขนมออกจากกระทะ พร้อมเสิร์ฟ กินกันแบบร้อน ๆ ยิ่งอร่อย
ขนม ถัง แตก

วันนี้ได้ทั้งรายการวัตถุดิบและวิธีการทำ ขนม ถังแตก กันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ใครอยากลองทำเองบอกเลยว่าอย่ารอช้า ขนมชนิดนี้ทำไม่ยาก และทำสนุกมาก และอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการทำธุรกิจกันได้เลยทีเดียว ใครอยากเพิ่มเติมไส้อะไรก็สามารถปรับสูตรให้ฟิวชั่นมากขึ้นกันได้เลย

อ่านบทความอื่นๆ:

READ MOREREAD MORE
ขนม เข่ง

ใครอยากกิน ขนม เข่ง นอกรอบมาเก็บสูตรไปทำกันใครอยากกิน ขนม เข่ง นอกรอบมาเก็บสูตรไปทำกัน

ขนม เข่ง

สำหรับเมนูอย่าง ขนม เข่ง คือเมนูที่มาพร้อมความเหนียวนุ่มหวานลงตัว กินแล้วเพลิน แถมยังเอาไปปรับสูตรด้วยการทำเป็นขนม เข่ง ทอดออกมาได้เนื้อสัมผัสที่แสนจะเป็นเอกลักษณ์ได้อีกหนึ่งเมนู แต่จะหากินกันได้ง่าย ๆ เฉพาะช่วงเทศกาลเท่านั้น ถ้าอยากกินนอกรอบมาเก็บสูตรเด็ดจากเราในวันนี้ไปทำกันดีกว่า

ประวัติของ ขนม เข่ง

ขนม เข่ง

เรามาทำความรู้จักกับ ขนมเข่ง กันก่อนดีกว่าว่ามีที่มาอย่างไร โดยมีหลากหลายตำนาน แต่หนึ่งในความเชื่อที่คนนิยมบอกต่อกันมากที่สุดคือ ขนมเข่งนั้นเกิดมาจากการที่ชาวจีนคนไหนที่รู้ตัวว่าไม่ค่อยได้ทำความดี ก่อนถีงตรุษจีนต้องทำขนมชนิดนี้ไปถวาย เพื่อให้ขรนมแป้งที่มีความเหนียวเหล่านี้ช่วยปิดปากเทพ ไม่ให้เอาความไม่ดีของตนเองไปรายงานกับองค์เง็กเซียนฮ่องเต้ จึงเป็นจุดเริ่มต้นของเมนูนี้มานับตั้งแต่จีนโบราณ

วัตถุดิบที่ต้องใช้ในการทำ ขนม เข่ง

มาเริ่มเตรียมวัตถุดิบสำหรับการทำเมนูขนม เข่งกันเลยดีกว่า ต้องใช้อะไรบ้าง เพื่อให้รสชาติและเนื้อสัมผัสนั้นออกมาเป็นไปตามสูตรขนม เข่งโบราณ มาดูกันเลย

ขนม เข่ง
  • วัตถุดิบตามสูตร ทำ ขนมเข่ง
    • แป้งข้าวเหนียว 500 กรัม
    • น้ำตาลทราย 400 กรัม
    • น้ำ 400 มิลลิลิตร
    • สีผสมอาหารสีแดง
    • น้ำมันพืช (สำหรับทากระทง)

ขั้นตอนวิธีทำขนม เข่ง

ด้วยความที่ ขนมเข่ง เป็นขนมที่สืบต่อกันมาจากชาวจีนโบราณ ทำให้เรื่องของการเตรียมวัตถุดิบนั้นไม่ยาก เป็นการใช้วัตถุดิบที่ง่าย แต่เมื่อรวมกันแล้วได้รสชาติที่ลงตัว ส่วนที่ต้องใส่ใจนั้นเป็นขั้นตอนของการทำ เพื่อให้ได้รสชาติแบบต้นตำรับที่สืบต่อกันมายาวนาน จะต้องทำอย่างไรบ้าง มาดูกัน

ขนม เข่ง
  1. นำแป้งข้าวเหนียว และน้ำตาลทราย มาเทลงในชามผสม แล้วใช้มือผสมแป้งกับน้ำตาลให้เข้ากัน
  2. ค่อย ๆ เทน้ำลงในชามผสม ทีละน้อย แล้วใช้มือคลุกเคล้าให้เข้ากัน
  3. ใช้มือผสมแป้ง นวดและคลุกเคล้าไปเรื่อย ๆ จนแป้งและน้ำเข้ากันดี สังเกตว่ามีเนื้อเหนียวเนียน
  4. นำกระทงใบตองแห้งมาทาด้วยน้ำมันพืช แล้วนำกระทงใบตองแห้งที่ทาน้ำมันพืชแล้วมาเรียงบนหม้อนึ่ง
  5. หลังจากเรียงกระทงเรียบร้อยแล้วให้หยอดแป้งขนมเข่งลงในประทง โดยให้เหลือขอบด้านบนไว้ประมาณ 1 เซ็นติเมตร เพราะเวลานึ่งขนมจะฟูขึ้น
  6. ทำการต้มน้ำให้เดือดจัด แล้วนำขนมเข่งขึ้นตั้งนึ่ง ลดไฟลงเหลือไฟกลาง ปิดฝาใช้เวลา 25-30 นาที ห้ามเปิดฝาก่อนเด็ดขาด
  7. เมื่อขนมสุกดี ให้นำขนมออกมาผึ่งบนตะแกรงให้เย็นสนิท
  8. เมื่อขนมเข่งเย็นสนิทแล้ว ให้ใช้ตะเกียบจิ้มสีผสมอาหารสีแดง แล้วจิ้มลงบนหน้าขนมเข่ง เป็นอันเสร็จเรียบร้อย

ขนมเข่ง มีสูตรอื่นที่น่าสนใจหรือไม่

เมื่อขนม เข่ง ผ่านเวลามายาวนานทำให้มีการพัฒนาเพิ่มเติมความน่าสนใจ และลูกเล่นให้กับเมนูนี้เพิ่มมากขึ้น สูตรอื่น ๆ นอกจากขนมแบบธรรมดาตามฉบับของต้นตำรับแล้วมีอะไรอีกบ้าง มาดูกัน

ขนม เข่ง
  • สูตรมะพร้าวอ่อน

เป็นการเพิ่มเติมเนื้อมะพร้าวอ่อนลงไป ทำให้ขนมมีความหอมหวานมากขึ้น แถมยังได้เคี้ยงเนื้อมะพร้าวกรอบ ๆ เพิ่มความอร่อยกันอีกด้วย

  • สูตรข้าวเหนียวดำ

สูตรนี้จะเป็นการเพิ่มข้าวเหนียวดำ มะพร้าว แปะก๊วยเข้ามา ทำให้มีความเหนียวนุ่ม และอร่อยมากขึ้น ใครที่ชอบความหนึบ อยากได้ประโยชน์เพิ่มเติมจากแปะก๊วยห้ามพลาด

  • สูตรไส้เค็มแปะก๊วย

ใครว่าทำเป็นขนมหวานได้อย่างเดียว เมนูนี้ก็มีไส้เค็มกับเขาเหมือนกัน โดยมีสเป็นถั่วที่ปรุงรสด้วยพริกไท พริกป่น รากผักชี หอมแดง กระเทียม เข้าไป เมื่อมาเจอกับแป้งเหนียวนุ่มบอกเลยว่าลงตัว

ขนม เข่ง

ใครอยากกิน ขนมเข่ง นอกเทศกาลอย่าลืมหยิบสูตรจากเราในวันนี้ไปใช้กัน บอกเลยว่าทำง่าย แถมยังเป็นวิธี ทำ ขนม เข่งสูตรพื้นฐานเพื่อนำไปปรับใช้กับสูตรอื่น ๆ ที่มีการพัฒนาขึ้นมาเพื่อเพิ่มความน่าสนใจให้กับเมนูนี้อีกด้วย อยากลองเข้าครัวทำรีบลองเลย สนุกแน่นอน

อ่านบทความอื่นๆ:

READ MOREREAD MORE
ขนม เทียน แก้ว

มาทำ ขนม เทียน แก้ว เนื้อนุ่ม ไส้กลมกล่อม เอาไว้กินเพลิน ๆ กันมาทำ ขนม เทียน แก้ว เนื้อนุ่ม ไส้กลมกล่อม เอาไว้กินเพลิน ๆ กัน

ขนม เทียน แก้ว

ขนม เทียน แก้ว หนึ่งในเมนูขนมที่คนนิยมกันมากที่สุด เพราะมาพร้อมกับเนื้อแป้งเหนียวนุ่มที่มีเอกลักษณ์ พร้อมทั้งยังมีไส้ที่รสชาติกลมกล่อมทั้งหวานและเค็มให้คุณได้เลือก ดังนั้นเมนูนี้ใครอยากลองฝึกมือเข้าครัว และทำเอง เราเตรียมสูตรเด็ดที่รับรองว่าใครทำก็อร่อยมาฝากคุณกันที่นี่เรียบร้อยแล้ว

มารู้จักกับ ขนม เทียน แก้ว กันก่อน

ขนม เทียน แก้ว

ขนมเทียนเนื้อสีเหลืองนวลน่าจะเป็นที่คุ้นตา แต่ถ้าพูดถึง ขนมเทียน แก้ว ขนมชนิดนี้ก็จัดอยู่ในประเภทเดียวกัน ต่างกันตรงที่ชนิดแป้งไม่เหมือนกัน และขนมเทียน แก้วมีความใสจนมองเห็นไส้ด้านใน สูตรของแป้งมีทั้งทำจากถั่วเขียว และทำจากแป้งข้าวจ้าว แป้งเท้ายายม่อม และขนมเทียนแก้วในตอนนี้ยังมีการปรับสูตรให้ทำง่ายขึ้นด้วยการใส่ลงในกระทงขนมเข่ง แทนการปั้น ดังนั้นคุณสามารถปรับทำได้ตามความชอบ และสะดวกกันได้เลย

วัตถุดิบที่ใช้ในการทำ ขนม เทียน แก้ว

มาเริ่มเตรียม ขนม เทียนแก้ว กันเลยว่าขนม เทียนประเภทนี้จะต้องเตรียมอะไรให้พร้อมทำบ้าง โดยเราจะมาแนะนำการทำเป็นขนม เทียน ไส้ เค็มให้คุณได้ลองทำ เพราะสามารถทำได้ง่าย นำไปปรับกับการทำขนม เทียน ไส้ หวานต่อได้

ขนม เทียน แก้ว
  • วัตถุดิบที่ต้องใช้ทำแป้ง
    • แป้งถั่วเขียว 1 ถ้วย
    • น้ำตาลทราย 1 ½ ถ้วย
    • น้ำลอยดอกมะลิ 5 ถ้วย
    • ใบตอง
  • วัตถุดิบในการทำไส้ ขนม เทียน
    • ถั่วเขียวซีกเราะเปลือก 1 กิโลกรัม
    • หอมแดง
    • พริกไทย
    • น้ำมันพืช สำหรับผัด
    • เกลือป่น สำหรับปรุงรส
    • น้ำตาลทราย สำหรับปรุงรส

วิธีทำขนม เทียน แก้ว

เตรียมของเรียบร้อยแล้วก็มาเริ่มเข้าครัวเพื่อรังสรรค์เมนู ขนมเทียนแก้ว ไปพร้อมกัน วิธี ทำ ขนม เทียน แก้วต้องทำอย่างไรบ้าง มาดูกัน

ขนม เทียน แก้ว
  1. เริ่มที่การทำแป้งก่อนโดยใส่น้ำตาลทราย และน้ำลอยดอกมะลิลงในหม้อ นำขึ้นตั้งไฟ เคี่ยวจนเป็นน้ำเชื่อม ปิดไฟ ยกลงจากเตา พักทิ้งไว้จนเย็น
  2. ผสมแป้งถั่วเขียว และน้ำลอยดอกมะลิให้เข้ากัน กรองด้วยตะแกรง จากนั้นเทใส่กระทะ ใส่น้ำเชื่อมที่เตรียมไว้ ยกขึ้นตั้งไฟอ่อน กวนจนส่วนผสมแป้งสุกและใส ปิดไฟ ยกลงจากเตา พักไว้จนอุ่น
  3. มาเริ่มทำไส้โดยการล้างถั่วเขียวซีก เราะเปลือกให้สะอาด แช่ทิ้งไว้อย่างน้อย 2 ชั่วโมง หรือข้ามคืน จากนั้นนำไปนึ่งจนสุก พักทิ้งไว้จนเย็นสนิท
  4. โขลกหอมแดงกับพริกไทยเข้าด้วยกันจนละเอียด ใส่ถั่วเขียวนึ่งลงไป และโขลกพอหยาบ
  5. ใส่น้ำมันพืชลงในกระทะ ใส่ส่วนผสมไส้ลงผัดจนหอม ปรุงรสด้วยเกลือป่น และน้ำตาลทราย ชิมรสตามชอบ โดยรสชาติที่เหมาะกับขนมชนิดนี้คือ รสหวาน เค็ม เผ็ด เมื่อได้รสที่ต้องการให้ปิดไฟ ยกลงจากเตา พักทิ้งไว้จนเย็น จากนั้นนำมาปั้นเป็นก้อนกลม เตรียมเอาไว้
  6. ตักส่วนผสมแป้งลงในกรวยใบตอง ตามด้วยไส้ ห่อเป็นทรงสามเหลี่ยมให้สวยงาม หรือวางไส้ขนมลงในกระทงใบตอง ตามด้วยส่วนผสมแป้งขนม สามารถเลือกทำตามวิธีที่คุณสะดวกกันได้เลย
  7. เรียงลงเตรียมนึ่ง จากนั้นนำขนมไปนึ่งด้วยไฟแรงที่มีน้ำเดือดพล่าน (น้ำควรเดือดก่อนนึ่ง) นึ่งนานประมาณ 30 นาที หรือจนขนมสุก จากนั้นปิดไฟ นำออกมาพักไว้ หากต้องการกินก็สามารถกินกันได้เลย

ความหมายที่น่าสนใจของเมนูขนม เทียน แก้ว

หลังจากที่ได้วัตถุดิบ พร้อมทั้งวิธีทำของเมนูอย่างขนม เทียน แก้ว กันไปแล้ว เรามาเก็บข้อมูลของขนมชนิดนี้กันอีกเล็กน้อย เพื่อนำไปเพิ่มอรรถรสในการกินกันดีกว่าว่าจริง ๆ แล้วความหมายของขนมชนิดนี้นั้นมีอะไรที่น่าสนใจบ้าง

ขนม เทียน แก้ว
  • ใช้ในงานมงคลทั้งไทยจีน เพราะมีความหมายเป็นเหมือนแสงสว่าง
  • มักมาพร้อมกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์สร้างบรรยากาศที่ดีให้กับงาน หรือการกิน
  • ขนมมีลักษณะคล้ายเจดีย์ บ่งบอกถึงความมงคล เจริญ ราบรื่น

ใครอยากลองทำ ขนมเทียนแก้ว แนะนำเลยว่าสูตรที่เราเตรียมมาให้คุณได้รู้จักกันในวันนี้ทำออกมาแล้วอร่อยอย่างแน่นอน สามารถทำกินได้ทุกเวลา ไม่ต้องรอเทศกาลถึงจะได้กิน ซึ่งถ้าทำแล้วชอบอาจกลายเป็นแรงบันดาลใจในการทำขายได้เลยทีเดียว

อ่านบทความอื่นๆ:

READ MOREREAD MORE
ข้าวเม่า

เมนู ข้าวเม่า อาจไม่เป็นที่คุ้นเคยของหลายคน ใครอยากลองทำมาเข้าครัวไปด้วยกันเลยเมนู ข้าวเม่า อาจไม่เป็นที่คุ้นเคยของหลายคน ใครอยากลองทำมาเข้าครัวไปด้วยกันเลย

ข้าวเม่า

ข้าวเม่า คือเมนูที่จัดว่าเป็นขนมขบเคี้ยวของคนโบราณ เป็นการนำข้าวมาแปรรูป เพื่อให้อยู่ได้นานขึ้น อร่อยขึ้น พกพาไปกินรองท้องระหว่างทำงาน เดินทางได้สะดวก มีรูปแบบการทำที่หลากหลาย จัดว่าเป็นเมนูยอดนิยมที่แต่ละภาคก็จะหาสูตรมาทำต่างกันไป ดังนั้นยกให้เป็นอีกหนึ่งเมนูที่เราควรช่วยกันรักษาไว้ไม่ให้หายไปตามกาลเวลา

วัฒนธรรมที่มาคู่กับการทำ ข้าวเม่า

ข้าวเม่า

ข้าว เม่า นั้นนอกจากจะทำเพื่อการเก็บรักษาเอาไว้ได้นาน ยังมีวิธีทำที่เป็นวัฒนธรรมเข้ามาร่วมด้วย ข้าวเม่าทอดนั้นเกิดจากการนำไปคั่ว แล้วนำไปตำ ซึ่งการตำต้องใช้หลายแรงเข้ามาช่วยกัน ตำคนละเล็กละน้อย หรืออาจหมุนเวียนให้แต่ละบ้านช่วยกัน ข้าวเม่า คืออาหารที่ทำให้ผู้คนได้เชื่อมสายสัมพันธ์กัน เป็นเหมือนการเข้าสังคม และการแบ่งปัน พร้อมทั้งยังมีการละเล่น รวมทั้งการหยอกเย้ากันของหนุ่มสาวเข้ามาในการทำขนมประเภทนี้อีกด้วย ถือว่าเป็นเรื่องที่มีเสน่ห์ของข้าวเม่า สดเป็นอย่างมาก

วัตถุดิบสำหรับการทำ ข้าวเม่า

ถึงเวลามาเตรียมของให้พร้อมสำหรับการทำเมนูข้าวเม่า กันแล้ว ข้าวเม่า คลุกจะต้องเตรียมอะไรบ้าง เรารวบรวมเอารายการวัตถุดิบมาให้คุณได้นำไปหาซื้อกันอย่างง่ายดายที่นี่เรียบร้อยแล้ว

ข้าวเม่า
  • วัตถุดิบในการทำข้าวเม่าทอด โบราณ
    • เต้าหู้เหลืองแข็ง ½ ก้อน
    • กุ้งแห้งตัวเล็กเนื้อบาง ¾ ถ้วย
    • ถั่วลิสงดิบเลาะเปลือก 1 ถ้วย
    • ข้าวเม่าดิบ 1 ถ้วย
    • กระเทียมไทยสับละเอียด 2 ช้อนโต๊ะ
    • เกลือสมุทร 1 ¾ ช้อนชา
    • น้ำตาลทราย 6 ช้อนโต๊ะ
    • น้ำมันพืชสำหรับทอดเครื่องข้าวเม่า

วิธีการทำเมนูข้าวเม่า แบบขนมไทย โบราณ

มาเริ่มต้นการทำข้าวเม่าไปพร้อมกันเลยดีกว่า เมื่อรู้แล้วว่าข้าวเม่าทํามาจากอะไรก็ถึงเวลานำวัตถุดิบทั้งหมดมาผสมผสานกันจนเป็นเมนูสุดอร่อย กินง่าย ได้ประโยชน์ไปพร้อมกันแล้ว

ข้าวเม่า
  1. เตรียมเต้าหู้ทอด โดยลวกเต้าหู้เหลืองในน้ำเดือด ซับให้แห้ง หั่นเต้าหู้เป็นชิ้นเท่าก้านไม้ขีด ยาว 0.5 นิ้ว เกลี่ยเต้าหู้ที่หั่นแล้วใส่ถาด จากนั้นนำไปตากแดดจนแห้ง พลิกเต้าหู้กลับไปมาทุก 1-2 ชั่วโมง เต้าหู้จะแข็ง และมีสีเหลือง เมื่อได้ที่แล้วทำการพักเอาไว้
  2. เริ่มล้างกุ้งแห้งในน้ำอุ่นให้สะอาด และการล้างยังเป็นการลดความเค็ม เมื่อล้างเสร็จให้นำไปตากแดดจนแห้งเหมือนกับเต้าหู้
  3. ล้างถั่วลิสงให้สะอาด จากนั้นต้องแช่น้ำค้างคืนให้ถั่วมีความอิ่มน้ำ เมื่อครบเวลาให้สะเด็ดน้ำถั่วออก ผึ่งพอแห้ง นำถั่วลงทอดในน้ำมัน โดยใช้วิธีตั้งน้ำมันบนไฟอ่อน ใส่ถั่วลิสงลงไป หมั่นคนอยู่เสมอให้ถั่วสุกทั่วถึง ลักษณะน้ำมันไม่เดือด จะคล้ายกับการต้ม เป็นการไล่เอาน้ำในถั่วออก และทำให้ถั่วค่อย ๆ สุกกรอบ เมื่อถั่วสุกตักขึ้นใส่ถาด ซับน้ำมันให้แห้ง
  4. เตรียมข้าวเม่าดิบ โดยนำผึ่งแดดให้แห้งเล็กน้อย พยายามนำสิ่งสกปรกออกให้มากที่สุด แล้วเริ่มตั้งกระทะน้ำมันพืชบนไฟกลาง พอน้ำมันร้อน ทดสอบโดยลองหยอดข้าวเม่าลงไป ถ้าข้าวเม่าดีดตัว แปลว่าน้ำมันได้ที่ ไม่ควรให้ร้อนจนควันขึ้น จากนั้นเริ่มโปรยข้าว 1 กำมือลงในกระทะ รอจนข้าวลอยตัวขึ้นบนผิวน้ำมัน ตักขึ้นสะเด็ดน้ำมัน และทอดจนหมด นำกระดาษทิชชูซับข้าวเม่าให้แห้งสนิท
  5. เตรียมทอดเครื่องต่าง ๆ ต่อ ควรใช้น้ำมันใหม่ โดยเริ่มทอดเต้าหู้ก่อน ตามด้วยกุ้งแห้ง ตั้งน้ำมันบนไฟกลาง ใส่เต้าหู้ลงทอดจนเหลืองกรอบ ตักขึ้นสะเด็ดน้ำมัน ทอดจนหมด ซับน้ำมันให้แห้ง หลังจากนั้นนำกุ้งแห้งลงทอดจนกรอบ ตักขึ้นซับน้ำมันให้แห้ง
  6. ตั้งกระทะใบใหม่ ใส่น้ำมันพืชลงไป 2 ช้อนโต๊ะ ใส่กระเทียมลงเจียวจนเหลือง ลดเป็นไฟอ่อนใส่ข้าวเม่าทอดลงในกระทะ ตามด้วยเต้าหู้ทอด ½ ถ้วย กุ้งแห้ง และเกลือ คลุกให้เข้ากันจนเกลือละลาย ใส่ถั่วลิสง และน้ำตาลทราย คลุกเคล้าให้น้ำตาลบางส่วนละลายติดกับเครื่อง ปิดไฟ พักให้ให้หายร้อน จากนั้นก็กินได้เลย โดยสามารถเก็บขนมไทย ทำเองเมนูนี้ในขวดปิดสนิทได้นาน 1 เดือน
ข้าวเม่า

บอกเลยว่า ข้าว เม่า เป็นสูตร ขนม ไทยที่หายาก แต่ทำแล้วอร่อยติดใจกันทุกคน แถมถ้าทำเองแบบนี้ยังสามารถเพิ่มเครื่องของเมนูนี้เข้าไปให้ได้ปริมาณตามความชอบ เพราะกินเข้าไปด้วยกันอร่อย กลมกล่อม เข้ากัน แม้จะเป็นเมนูแห้ง ๆ แต่บอกเลยว่ากินเพลินมาก

อ่านบทความอื่นๆ:

READ MOREREAD MORE
แพน เค้ก

ใครชอบความหอมหวานของ แพน เค้ก มาเก็บสูตรไปพร้อมกันเลยดีกว่าใครชอบความหอมหวานของ แพน เค้ก มาเก็บสูตรไปพร้อมกันเลยดีกว่า

แพน เค้ก

เมื่อพูดถึงเมนูขนมที่จะปรับให้เป็นหวานหรือคาวก็ได้ตามที่ต้องการ แพน เค้ก น่าจะเป็นตัวเลือกที่หลาย ๆ คนคิดถึงอย่างแน่นอน ซึ่งถ้าอยากทำเมนูนี้เอง เพื่อออกแบบได้ตามที่ต้องการต้องใช้สูตรไหน ทำอย่างไร วันนี้เราเตรียมสูตรเด็ดเคล็ดลับของเมนูนี้มาฝากกันแล้ว เก็บไปทำตามรับรองว่าไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน

ที่มาของเมนู แพน เค้ก

แพน เค้ก

เรามารู้จักกับที่มาของเมนูขนมดังระดับโลกอย่าง แพนเค้ก กันก่อน โดยเมนูนี้มีมานานตั้งแต่ยุคหินกันเลยทีเดียว เพราะมีหลักฐานการค้นพบเก่าแก่ที่สุดกว่า 5,300 ปีมาแล้ว ทำให้มั่นใจได้เลยว่าแพนเค้กนั้นมีประวัติมายาวนานเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก ซึ่งในยุคกรีกโบราณนิยมทำจาก แป้งสาลี แพนเค้ก น้ำมันมะกอก น้ำผึ้ง และนมเปรี้ยว และเมื่อเวลาผ่านไปก็ยิ่มีการปรับเมนูนี้ให้มีสูตรหลากหลาย เพื่อตอบโจทย์ความชอบของคนในแต่ละพื้นที่มากขึ้น จึงนับได้ว่าขนมปังแพนเค้ก เป็นเมนูที่มีสูตรมากมายให้คุณได้สนุกกัน

วัตถุดิบที่ต้องเตรียมเพื่อทำแพนเค้ก

แพน เค้ก

เรามาเริ่มเตรียมวัตถุดิบให้พร้อมสำหรับการทำแพน เค้ก แบบขั้นพื้นฐานกันดีกว่า โดยเมนูหลักในวันนี้เราจะเลือกเป็นส่วนผสมแพน เค้กน้ำผึ้ง บอกเลยว่าวัตถุดิบในสูตรนี้สามารถเพิ่มเติมปรับใช้ให้เป็นแพนเค้กในเมนูต่าง ๆ ได้อย่างง่ายดายแน่นอน มีอะไรที่ต้องใช้บ้าง มาดูกันเลย

วัตถุดิบที่ต้องใช้ทำแพนเค้ก ง่ายๆ

แพน เค้ก
  • แป้งสาลีอเนกประสงค์ 10 ช้อนโต๊ะ
  • ผงฟู 1½ ช้อนชา
  • น้ำตาลทรายละเอียด 1 ช้อนชา
  • เกลือป่น ⅛ ช้อนชา
  • ไข่ไก่ 1 ฟอง เบอร์ 2
  • ไข่แดง ½ ถ้วยตวง
  • น้ำมันมะกอก 1 ช้อนโต๊ะ
  • วานิลลา ½ ช้อนชา
  • น้ำผึ้ง สำหรับราดแพนเค้ก

วิธีทำ แพน เค้ก เบเกอรี่ยอดนิยม

เมื่อเตรียมวัตถุดิบสำหรับการทำ แพนเค้ก ได้เรียบร้อยแล้ว ก็ถึงขั้นตอนของการเริ่มเข้าครัวทำกันแล้ว ซึ่งในส่วนของวัตถุดิบถ้าคุณต้องการเพิ่มปริมาณเพื่อกินกันได้มากขึ้นก็สามารถทำได้เช่นเดียวกัน เมื่อพร้อมแล้วเรามาเริ่มทำเบเกอรี่โฮมเมดเมนูนี้ไปพร้อมกันเลย

แพน เค้ก
  1. เตรียมชามแห้งโดยใส่แป้งสาลีอเนกประสงค์ ผงฟู น้ำตาลทรายละเอียด และเกลือป่นในชาม จากนั้นใช้ตะกร้อมือคนให้เข้ากัน วางพักไว้
  2. ตอกไข่ไก่ แยกไข่ขาวใส่ชาม ส่วนไข่แดงใส่ในถ้วย แล้วใส่น้ำมันมะกอก วานิลลาลงไป ตามด้วยนมสดในปริมาณที่พอดีขอบถ้วยตวง จากนั้นเทถ้วยตวงนี้ลงในชามแห้ง ใช้ตะกร้อมือคนให้ส่วนผสมเนียนเป็นเนื้อเดียวกัน แล้วทำการวางพักไว้
  3. จากนั้นใช้ตะกร้อมือตีไข่ขาว ต้องระวังไม่ให้ชาม และตะกร้อมือเปื้อนน้ำมัน เพราะถ้าเปื้อนจะทำให้ไข่ขาวไม่ขึ้นฟู เมื่อตีจนไข่ขาวขึ้นฟูแล้วก็เทลงชามแป้ง ใช้พายซิลิโคนคนให้เข้ากันอีกครั้ง
  4. ใช้กระทะเทฟลอนใบเล็กขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 7 นิ้ว มาทำการตั้งไฟอ่อน พอกระทะร้อนให้ใช้ทัพพีตักแป้งหยอดลงไปในขนาดที่พอดีคำ แผ่นแรกอาจไม่สวยงามถือเป็นการลองกระทะก่อน
  5. เมื่อเห็นว่าผิวหน้าเริ่มมีฟองอากาศกระจายห่าง ๆ กันไปทั่วแผ่น ใช้ตะหลิวพลิกกลับด้าน รอแผ่นแป้งก็ฟูขึ้น ให้สุกเป็นสีน้ำตาลทองเหมือนกันทั้ง 2 ด้าน เป็นอันว่าสุกเรียบร้อยพร้อมกินกันแล้ว
  6. ตักออกมาใส่จาน เสิร์ฟพร้อมกับน้ำผึ้งราดลงไปบนเมนูเบเกอรี่ได้เลย ใครอยากเพิ่มผลไม้ หรือกินคู่กับอย่างอื่นที่ชอบสามารถเลือกได้ตามใจชอบ
แพน เค้ก

วันนี้เราได้สูตรแพน เค้ก ไปทำเบเกอรี่ง่าย ๆ กันแล้ว ใครที่อยากทำเมนูนี้ให้ง่ายมากขึ้นแนะนำว่าให้เลือกเป็นแป้งแพน เค้ก สำเร็จรูปมาใช้ และถ้าต้องการเพิ่มความหอมสามารถเพิ่มเนยสดลงไปในขั้นตอนการทอด และการกินได้ บอกเลยว่าเป็นส่วนผสมเล็ก ๆ ที่จะช่วยให้เบเกอรี่ทำเองมีความอร่อยมากขึ้นอย่างแน่นอน ดังนั้นใครชอบกินแบบจัดเต็มแนะนำว่าอย่าลืมเนย และอาจมีไอศกรีมรสโปรดกินคู่กันอีกสักลูก เติมหวานจนอารมณ์ดีได้อย่างแน่นอน

อ่านบทความอื่นๆ:

READ MOREREAD MORE
ข้าวเหนียวปิ้ง

ใครชอบเข้าครัวบอกเลยห้ามพลาด ข้าวเหนียวปิ้ง เมนูขนมไทย ทำเองที่ใครได้กินก็ติดใจใครชอบเข้าครัวบอกเลยห้ามพลาด ข้าวเหนียวปิ้ง เมนูขนมไทย ทำเองที่ใครได้กินก็ติดใจ

ข้าวเหนียวปิ้ง

ขนมไทยนั้นบอกเลยว่าเป็นขนมที่มีเสน่ห์ และความเป็นมาที่น่าสนใจ วันนี้เราจะเอาสูตรของขนมอย่าง ข้าวเหนียวปิ้ง มาแนะนำให้คุณได้รู้จัก ใครอยากลองทำเมนูขนมที่แตกต่างไม่ซ้ำใคร แนะนำเลยว่าไม่ควรพลาดเมนูนี้ ถ้าพร้อมแล้วเรามาเริ่มทำความรู้จักเมนูนี้ให้มากขึ้นไปพร้อมกันเลยดีกว่า

มารู้จักกับ ข้าวเหนียวปิ้ง ให้มากขึ้นกันก่อน

ข้าวเหนียวปิ้ง

สำหรับเมนูอย่าง ข้าวเหนียว ปิ้ง นั้น เป็นหนึ่งในขนม ไทย ทำ ง่ายที่ได้รับความนิยมต่อเนื่องมายาวนาน มาพร้อมไส้หลากหลายให้เลือกได้ตามชอบ ทำให้สูตร ข้าวเหนียวปิ้ง โบราณนั้นไม่ได้ระบุตายตัวว่าต้องเป็นไส้ไหน แต่ไส้ที่นิยมจะเป็นข้าวเหนียวปิ้งไส้กล้วย ข้าวเหนียวปิ้งไส้เผือก กุ้งผัดมะพร้าว เป็นต้น โดยเมนูนี้มาพร้อมความหอมหวานที่ลงตัว จนทำให้ข้าวเหนียว ปิ้งนิยมมาจนถึงปัจจุบันนั่นเอง

วัตถุดิบในการทำ ข้าวเหนียวปิ้ง

เมื่อเมนูอย่างข้าวเหนียวปิ้ง มาพร้อมไส้ที่หลากหลาย วันนี้เราทำทีเดียวพร้อมกัน 3 ไส้ไปเลยดีกว่า จะได้คุ้มค่ากับการเตรียมของเพื่อทำขนมไทย โบราณเมนูนี้กัน พร้อมแล้วมาเริ่มเตรียมวัตถุดิบกันเลย

ข้าวเหนียวปิ้ง
  • อัตราส่วนข้าวเหนียวมูน

– ข้าวเหนียวใหม่ 1 กิโลกรัม

– หัวกะทิ 600 กรัม

– น้ำตาลทรายขาว 350 กรัม

– เกลือสมุทร 2 ช้อนชา

  • อัตราส่วนไส้เผือกกวน

– เผือกหั่นเต๋า 500 กรัม(น้ำหนักก่อนนึ่ง)

– หัวกะทิ 300 กรัม

– น้ำตาลมะพร้าว 160 กรัม

– เกลือป่น 1/2 ช้อนชา (เกลือปรุงทิพย์)

ข้าวเหนียวปิ้ง
  • อัตราส่วนไส้กุ้ง

– หัวกะทิ 90 กรัม(ใช้น้ำมันพืชแทนได้ 2-3 ชต.)

– รากผักชี 3 ราก

– กระเทียมไทย 1 ช้อนตวง

– พริกไทยขาวเม็ด 1 ช้อนชา

– เนื้อกุ้งสับละเอียด 180 กรัม

– น้ำตาลทรายขาว 50 กรัม

– เกลือสมุทร 6 กรัม

– มะพร้าวขูดขาว 120 กรัม

– ใบมะกรูดหั่นฝอย 5 ใบ

– สีผสมอาหารสีส้ม 1 ช้อนชา

มาเริ่มทำ ข้าวเหนียวปิ้ง ตามฉบับสูตร ขนม ไทยแท้กัน

ใครที่เตรียมวัตถุดิบของข้าวเหนียวปิ้งพร้อมแล้ว อย่าเสียเวลาเรามาเริ่มทำขนม หวาน ไทยเมนูนี้ไปพร้อมกันเลยดีกว่า บอกเลยว่าเป็นขนม ไทย ง่ายๆ อย่างแน่นอน

ข้าวเหนียวปิ้ง
  1. ล้างข้าวเหนียวให้สะอาด จากนั้นต้องทำการแช่ทิ้งไว้อย่างน้อย 5 ชั่วโมง 
  2. หั่นเผือกหอมให้ได้ชิ้นเล็ก ๆ จากนั้นนำไปนิ่งด้วยไฟแรง 20 นาที ใช้ส้อมยีให้ละเอียดขณะที่กำลังร้อน พักไว้ เมื่อเริ่มเย็นแล้วให้นำเผือกหอม หัวกะทิ น้ำตาลมะพร้าว เกลือป่น เทลงไปในกระทะใช้ไฟกลางในช่วงแรก คนให้เข้ากัน อย่าหยุดมือ พอละลายดีแล้ว ลดเหลือไฟอ่อน กวนต่อจนเนื้อแห้งได้ที่ เริ่มจับตัวเป็นก้อน ปิดแก๊ส ยกลง พักให้เย็นสนิท
  3. ทำส่วนผสมไส้กุ้ง นำสามเกลือไปโขลกให้ละเอียด ตั้งกระทะ ใช้ไฟกลางค่อนอ่อน เทหัวกะทิลงไป ผัดให้กะทิแตกมัน จากนั้นใส่สามเกลอลงไป ผัดจนหอม แล้วใส่กุ้งสับลงไป ผัดจนกุ้งสุกดี ตามด้วยเกลือป่น น้ำตาลทราย ผัดให้เข้ากัน ตามด้วยมะพร้าวขูดขาว หยดสีผสมอาหารสีส้มลงไปตามชอบ ผัดให้เข้ากันอีกครั้งจนแห้ง ปิดท้ายด้วยใบมะกรูดซอย ปิดแก๊ส พักให้เย็นสนิท
  4. นำข้าวเหนียวไปนึ่ง ด้วยไฟแรง 30 นาที ตั้งกระทะ ใส่หัวกะทิลงไป ตามด้วยน้ำตาลทรายขาว และเกลือสมุทร เปิดไฟกลาง คนให้ส่วนผสมเข้ากันดี ไม่ต้องรอให้เดือด ก็สามารถปิดแก๊สได้
  5. นำข้าวเหนียวที่นึ่งสุกแล้ว เทใส่ คนให้เข้ากันไปในทางเดียวกัน ปิดฝาพักไว้ 20 นาที จากนั้นคนให้เข้ากันอีกรอบ ปิดฝาพักไว้อีก 10 นาที
  6. เริ่มนำมาห่อ ด้วยการตักข้าวเหนียวมูนลงไป 1 ช้อน ตามด้วยไส้ และปิดด้วยข้าวเหนียวอีกครั้ง กดให้แน่น พับปิดเหมือนขนมเทียน จากนั้นนำไปปิ้งด้วยไฟกลางบนเตาถ่าน ก็ถือว่าเสร็จเรียบร้อย
ข้าวเหนียวปิ้ง

เมนูอย่างข้าวเหนียวปิ้งเป็นได้ทั้งอาหารเช้า ขนมว่าง และยังดัดแปลงไส้ได้ตามความชอบของแต่ละคนอีกด้วย ใครชอบความเป็นไทย และอยากหากิจกรรมทำ แนะนำเลยว่าเมนูนี้เป็นหนึ่งในขนมที่น่าลองทำ ระหว่างทางคุณอาจจะค้นพบไอเดียใหม่ ๆ เพื่อทำให้อร่อยในแบบของคุณก็ได้เช่นเดียวกัน

อ่านบทความอื่นๆ:

สนับสนุนโดย: hilo-88.net

READ MOREREAD MORE
เค้กใบเตย

ใครชอบความหอมนุ่มของ เค้กใบเตย วันนี้เราจะมาสอนทำเค้กให้อร่อยเหมือนร้านกันใครชอบความหอมนุ่มของ เค้กใบเตย วันนี้เราจะมาสอนทำเค้กให้อร่อยเหมือนร้านกัน

เค้กใบเตย

สำหรับใบเตยถือว่าเป็นวัตถุดิบที่นำมาทำทั้งขนมและอาหารได้หลากหลาย หนึ่งในเมนูที่ได้รับความนิยมมากที่สุดต้องยกให้กับ เค้กใบเตย ใครที่ชื่นชอบเมนูนี้ และอยากลองทำด้วยตัวเองบอกเลยว่าห้ามพลาด เพราะเราได้สรุปสูตรเด็ดเคล็ดลับมาฝากคุณที่นี่เรียบร้อยแล้ว

จุดเด่นที่น่าสนใจของ เค้กใบเตย

เค้กใบเตย

สำหรับ เค้ก ใบเตย นั้นสามารถดัดแปลงทำได้หลายแบบ ทำให้สร้างสรรค์เป็นเมนูเบเกอรี่ทำเองที่หลากหลาย ทำให้คุณได้ออกแบบตามสไตล์ความชอบของคุณ ไม่ว่าจะเป็นเค้กใบเตยมะพร้าวอ่อน เค้กใบเตยหน้านิ่ม เค้กใบเตยครีมสดหรือจะกินแบบนุ่ม ๆ อย่างชิฟฟ่อนใบเตย ดังนั้นถ้าคุณรู้สูตรการทำพื้นฐานของเค้กประเภทนี้จะช่วยทำให้คุณทำเค้กได้หลากหลายแบบมากขึ้นอย่างแน่นอน

วัตถุดิบสำหรับทำเค้กใบเตย

วันนี้เรามาเตรียมวัตถุดิบของเค้กใบเตย กันตามสูตรของวิธีทำเค้กใบเตย มะพร้าวอ่อน ต้องเตรียมอะไรให้พร้อมสำหรับเมนูนี้บ้าง พร้อมแล้วเรามาเริ่มกันเลยดีกว่า

เค้กใบเตย
  • ส่วนผสมเนื้อเค้กส่วนที่ 1
    • แป้งเค้ก 60 กรัม
    • ผงฟู 1/2 ช้อนชา
    • น้ำตาลทราย 39 กรัม
    • กะทิ 22 กรัม
    • ไข่แดง 2 ฟอง
  • ส่วนผสมที่ 2
    • น้ำมันพืช 22 กรัม
    • น้ำใบเตย 18 กรัม
    • กลิ่นใบเตย ½ ฝา
  • ส่วนผสมที่ 3
    • ไข่ขาว 2 ใบ
    • ครีมออฟทาร์ทาร์ ¼ ช้อนชา
    • น้ำตาลทรายป่น 39 กรัม
เค้กใบเตย
  • ส่วนผสมครีม
    • วิปครีม 324 กรัม
    • น้ำตาลไอซิ่ง 30 กรัม
    • กลิ่นวนิลา ½ ฝา
  • ส่วนผสมไส้มะพร้าว
    • แป้งกวนไส้ 11 กรัม
    • น้ำตาลทราย 18 กรัม
    • เกลือ
    • กะทิ 112 กรัม
    • น้ำมะพร้าว 67 กรัม
    • เนยจืดแช่เย็น 13 กรัม
    • มะพร้าวหั่นเป็นเส้น 1 ผล

วิธีการทำเค้กใบเตย

มาถึงขั้นตอนของการทำเค้กใบเตยกันแล้ว สูตรเค้กใบเตยสูตรนี้จะมาพร้อมขั้นตอนแบบไหนบ้างก่อนที่จะเริ่มเสิร์ฟความอร่อยได้ เรามาเริ่มทำเมนูเบเกอรี่เมนูนี้ไปพร้อมกันดีกว่า

เค้กใบเตย
  1. วอร์มเตาอบไว้ที่ 180 องศาฯ และใช้ไฟบนล่าง
  2. จากนั้นมาร่อนส่วนผสมที่ 1 เข้าด้วยกัน
  3. เอาส่วนผสมที่ 2 ผสมเข้าด้วยกัน แล้วเอาส่วนที่ 1 และ 2 รวมกัน คนให้เข้ากันด้วยตะกร้อมือ
  4. เริ่มตีไข่ขาว และครีมออฟทาร์ทาร์ ให้ตั้งยอด 90%
  5. แบ่งไข่ขาวเป็น 3 ส่วน ค่อย ๆ ตะล่อมกับส่วนที่ 2 จนหมด คนให้เข้ากันด้วยพายยาง
  6. เทใส่พิมพ์ที่ทาน้ำมันไว้ แล้วนำเข้าเตาอบ 180 องศาฯ ประมาณ 20-30 นาที
  7. ตีส่วนผสมครีมทั้งหมดจนตั้งยอด แบ่งใส่ถุงไว้บีบแต่งหน้า ครีมที่เหลือให้นำมาปาดที่เค้ก
  8. นำเค้กไปแช่ตู้เย็นให้ครีมเซ็ตตัว ระหว่างรอให้เริ่มทำไส้มะพร้าว
  9. นำส่วนผสมของใส้มะพร้าวใส่หม้อ คนผสมให้เข้ากัน โดยที่ยังไม่ต้องใส่มะพร้าว และคนโดยใช้ไฟปานกลาง
  10. คนจนแป้งละลาย และมีสีข้นขึ้น ปิดเตา แล้วใส่เนยจืดลงไป
  11. เมื่อหายร้อนแล้วผสมมะพร้าวลงไป พักให้เย็น ซึ่งสามารถแช่ตู้เย็นได้ แล้วนำไปใส่ในไส้เค้ก ตกแต่งหน้าเค้กให้สวยงาม พร้อมกินกันได้เลย

ประโยชน์ของเมนู เค้กใบเตย

เค้กใบเตย

เมื่อเราได้ความอร่อยจากเมนูอย่าง เค้ก ใบเตย แน่นอนอยู่แล้ว แต่คุณจะได้ประโยชน์อะไรจากเค้ก ใบเตยบ้าง เรามาดูกันดีกว่าว่ากินเมนูเค้กนี้แล้วดีอย่างไร

  • มีส่วนช่วยบำรุงหัวใจ ใครที่ความดันสูงกินน้ำใบเตย หรือสิ่งที่มีส่วนผสมของใบเตยอย่างพอเหมาะ ช่วยดูแลสุขภาพได้เป็นอย่างดี
  • ช่วยบำรุงกำลัง และระบบประสาท เพิ่มความสดชื่น เพราะช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือดได้ดี เพียงเลือกกินเมนูเบเกอรี่นี้ให้เหมาะสม
เค้กใบเตย

เค้กใบเตยเมนูนี้เหมาะทั้งเป็นมื้อรองท้อง หรือมื้อจิบน้ำชายามบ่าย สามารถปรับให้เป็นได้หลายรูปแบบตามที่ต้องการ ใครกำลังมองหาเมนูที่ทำง่าย อร่อย และคนนิยมต้องไม่พลาดการหยิบสูตรจากเราในวันนี้ไปใช้กัน โดยคุณสามารถเพิ่มลดความหวาน หรือไส้มะพร้าวได้ตามความชอบกันเลย หรืออยากจะกินเฉพาะเนื้อเค้กเปล่า ๆ ก็สามารถทำได้ และอร่อยแบบมินิมอลไม่แพ้ใครอย่างแน่นอน

อ่านบทความอื่นๆ:

สนับสนุนโดย: hilo-88.net

READ MOREREAD MORE