หมวดหมู่: อาหารนานาชาติ

นา โช่

ทำความรู้จัก นา โช่ อีกหนึ่งเมนูอาหารสุดฮิตของเม็กซิโกทำความรู้จัก นา โช่ อีกหนึ่งเมนูอาหารสุดฮิตของเม็กซิโก

นา โช่ คือ อาหารประจำภูมิภาคทางตอนเหนือของเม็กซิโก ซึ่งปัจจุบันเป็นเมนูที่ได้รับความนิยมต่อเนื่อง ซึ่งมีส่วนประกอบสำคัญคือ “ตีญาชิป” หรือเรียกอีกอย่างว่า “โทโทพอส” ซึ่งเป็นเมนูอาหารที่จะเสิร์ฟในรูปแบบอาหารว่างหรืออาหารเรียกน้ำย่อย เพราะมีลักษณะกรอบทำให้ทานได้ง่าย และเหมาะกับทุกวัย ส่วนปัจจุบันแม้ว่าไม่ค่อยแพร่หลายมากนัก แต่ถือว่าเป็นอีกหนึ่งอาหารที่หลายคนบอกตรงกันว่าตรงใจอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นลองมาทำทานที่บ้านน่าจะเป็นอีกหนึ่งเมนูอร่อยที่หลายคนต้องติดใจแน่นอน

นา โช่

แจกสูตร นา โช่ ง่าย ๆ ใคร ๆ ก็ทำได้แถมยังอร่อยด้วย

หลังจากทำความรู้จัก นาโช่ (NACHOS) กันไปแล้ว ที่นี่มาดูส่วนประกอบและวิธีการทำเมนูนี้กันดีกว่า ต้องใช้วัตถุดิบและมีขั้นตอนการทำแบบไหน และจะต้องใช้เวลาในการทำนานหรือเปล่า เพื่อเป็นทางเลือกให้กับหลายคนที่กำลังมองหาเมนูใหม่ ๆ หลังจากเบื่อเมนูเดิม ๆ ที่เคยชินทุก ๆ วัน แต่บอกก่อนเลยว่า นาโช่ชีส มีวิธีการทำง่ายสุด ๆ ดังนั้นถึงแม้ว่าใครเพิ่งเข้าครัวพิสูจน์ฝีมือปลายจวักครั้งแรกก็สามารถผ่านไปได้ด้วยดี แถมยังได้คำชมกลับมาอีกด้วย ดังนั้นเพื่อไม่ให้เสียเวลามาดูกันว่าวัตถุดิบที่ใช้กับเมนูนี้จะมีอะไรกันบ้างดังนี้

วัตถุดิบ 

  • แป้งตอร์ติญ่า (TORTILLAS) สามารถหาซื้อได้ตามห้างสรรพสินค้าทั่วไป
  • เกลือทะเล
  • น้ำมันมะกอก
  • ซอสนาโช่ สำหรับจิ้ม มีส่วนผสมคือ เนย แป้งข้าวโพด นมสด เกลือ พริกชี้ฟ้า เชสด้าชีส
นา โช่

วิธีการเตรียมแป้ง

  • สำหรับขั้นตอนการเตรียม แผ่นนาโช่ ไม่มีอะไรยุ่งยาก เพราะเริ่มต้นด้วยการตัดแป้งให้เป็น 4 ส่วนเท่า ๆ  กัน 
  • จากนั้นนำไปผึ่งให้โดนลมโดยภาชนะที่ใส่จะต้องมีรูระบายความร้อนได้ดี เพื่อทาน้ำมันมะกอกเบา ๆ ทั้ง 2 ด้าน 
  • จากนั้นนำเข้าเตาอบโดยใช้เวลาประมาณ 10 นาที ที่ความร้อน 180 องศาเซลเซียส 
  • หลังจากนำแป้งออกจากเตาเรียบร้อยแล้วให้โรยเกลือนิดหน่อย
นา โช่

วิธีการทำ สูตรนาโช่ ครีมชีส 

  1. ตั้งกระทะเปิดไฟอ่อน จากนั้นใส่เนยลงไปเพื่อละลาย
  2. ตามด้วยแป้งข้าวโพดลงไปโดยจะต้องตีให้เข้ากับเนย
  3. จากนั้นเติมนมสดลงไป ปรุงรสด้วยเกลือ และ พริกชี้ฟ้าป่น เพื่อเพิ่มรสชาติให้นัวมากขึ้น รวมถึงเพิ่มความหอมให้น่าสนใจแก่ซอส
  4. จากนั้นเมื่อทุกอย่างได้ที่ให้เติม เชสด้าชีสลงไป ซึ่งจะมากน้อยแค่ไหนขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละคน 
  5. ค้นให้ชีสและส่วนผสมต่าง ๆ เข้ากันโดยต้องหมั่นคนต่อเนื่องจนชีสละลายทั้งหมด 
  6. จากนั้นนำไปราดบนแผ่นแป้งที่เตรียมเอาไว้เป็นอันเสร็จสิ้นขั้นตอน
นาโช่

อีกหนึ่งเมนูสุดฮิตของคนรักชีสเสิร์ฟได้หลายรูปแบบ

จากวิธีการทำในเบื้องต้นเห็นแล้วว่า นาโช่ เป็นเมนูอร่อยง่าย และยังสามารถทานเล่นได้ตลอดเวลา แถมยังสามารถทานแบบจิ้มหรือดิปโดยไม่ต้องราดก็ได้ ดังนั้นหลังจากทำความรู้จักกับ นาโช่ คือ เมนู อาหารเม็กซิกันไปแล้ว และเป็นคนหนึ่งที่รักเมนูชีส ๆ แนะนำว่าเมนูนี้เป็นเมนูเด็ดและเป็น อาหารเม็กซิกัน แนะนำที่ยากจะห้ามใจอยู่ แถมวิธีการทำซอสไม่ยากอีกด้วย ซึ่งเหมาะกับคนที่ต้องการเมนูอาหารในวันว่าง ๆ ทานเล่นกับครอบครัวเป็นที่สุด

สนับสนุนโดย : https://sa-game.bet

READ MOREREAD MORE
ทาโก้

ทาโก้ อีกหนึ่งเมนูสุดฮิตอร่อยทุกครั้งที่ได้ชิมทาโก้ อีกหนึ่งเมนูสุดฮิตอร่อยทุกครั้งที่ได้ชิม

ทาโก้ จัดอยู่ในโหมดอาหารที่ได้รับความนิยมจากสายชิมว่าอร่อยแบบลงตัว แถมยังเป็นเมนูอาหารที่ทานง่าย และทานได้บ่อยตามความชอบได้เลย ที่สำคัญในไทยถือว่าเป็นอีกหนึ่งเมนูอาหารที่หาได้ง่ายสุด ๆ อีกด้วย ด้วยส่วนผสมและวิธีการทำไม่ยุ่งยาก เพราะแค่มีแผ่นแป้งตอร์ติย่า (TORTILLA) เพียงแค่นี้ก็สามารถเนรมิตเมนูนี้ให้อร่อยได้อย่างใจ นอกจากนั้นซอสที่ใช้จะมีหลายตัวด้วยกัน อาทิเช่น ซัลซา, กัวคาโมเล่ หรือซาวครีม เป็นต้น ดังนั้นเพื่อให้รสชาติอร่อยมากขึ้นแนะนำว่าเลือกทำตามแบบที่ใจต้องการดีที่สุด

ทาโก้

ทำความรู้จักกับ ทาโก้ พร้อมกับวิธีการทำไม่ยุ่งยาก

ก่อนจะลงมือทำทาโก้ มาทำความรู้จักกับเมนู อาหารเม็กซิกัน ชนิดนี้กันก่อนดีกว่า โดย เมนูทาโก้ คือ  เป็นเมนูอาหารของเม็กซิกัน แต่ไม่มีรายงานว่าต้นกำเนิดที่แท้จริงมาจากที่ไหน แต่เชื่อกันว่าเป็นเมนูอาหารของชนเผ่าพื้นเมืองอย่าง มายัน,แอชเท็ค, ลาตินอเมริกา เพราะองค์ประกอบหลักของเมนูจะเล่าถึงวัฒนธรรมเม็กซิโกและลาตินอเมริกาอย่างชัดเจน ส่วน ทาโก้ สูตร ซอสแต่ละพื้นที่จะไม่ค่อยแตกต่างกันมากนัก ดังนั้นเพื่อไม่ให้เสียเวลามาดูกันต่อว่าวัตถุดิบที่ต้องเตรียมกับวิธีการทำมีอะไรกันบ้าง

วัตถุดิบสำหรับทำทาโก้

  • แป้งตอร์ติญ่าสำเร็จรูป (มี 2 แบบคือ ทำจากแป้งข้าวโพดหรือแป้งข้าวสาลี) 
  • ซอสทาโก้สำเร็จรูป อาทิเช่นซอสซัลซ่า หรือซอสเนื้อ หรือซาวครีม เป็นต้น (สามารถหาซื้อได้ในห้างสรรพสินค้า) หรือสามารถทำสูตรซอสด้วยตัวเอง 
  • ผักกาดแก้วขูดเส้น 
  • มะนาวหั่นเสี้ยว 
  • เชดด้าชีสขูด, มอซซาเรลลาชีสขูด 
  • ซอสทาบัสโก้ หรือซอสพริก
ทาโก้

สูตรซอสสำหรับคนที่เอง (ซัลซ่า)

วัตถุดิบ

  • มะเขือเทศหั่นเต๋า, หอมแดงสับละเอียด, กระเทียมสับละเอียด, ผักชีสับหยาบ, น้ำมะนาว, เกลือสมุทร, พริกไทยบด, น้ำมันมะกอก

วิธีการทำ 

  • นำส่วนผสมทั้งหมดใส่ลงไปในอ่างผสม คลุกเคล้าให้เข้ากัน จากนั้นนำไปพักไว้ในตู้เย็น เมื่อถึงเวลาทานจะนำออกมาทา
ทาโก้

สูตรซอสทาโก้เนื้อของคนทำเอง

วัตถุดิบ 

  • เครื่องเทศละเอียดอย่าง หอมใหญ่สับละเอียด, กระเทียมกลีบใหญ่สับละเอียด, ผงปาปริก้า, พริกป่นละเอียด, ยี่หร่าป่นละเอียด, ลูกผักชีป่น
  • ไธม์แห้ง 
  • เนื้อวัว หรือเนื้อหมูตามชอบ
  • น้ำมันมะกอก
  • วูสเตอร์ซอส 
  • เครื่องปรุงคือ เกลือ, น้ำตาลทราย, เนยสดหรือจืด, แป้งข้าวโพด
  • น้ำสต๊อกไก่หรือเนื้อ 

วิธีการทำ

  1. ตั้งกระทะใส่น้ำมันมะกอกรอให้น้ำมันร้อน โดยใช้ไฟกลาง จากนั้นใส่หอมใหญ่กระเทียมสับผัดให้สุก ตามด้วยเนื้อสัตว์ตามที่ชอบ ผัดจนแห้ง
  2. ใส่เครื่องเทศทั้งหมดลงไปผัดให้เข้ากัน จากนั้นตามด้วยแป้งข้าวโพด และใส่น้ำสต๊อก 
  3. ใช้เวลาเคี่ยวประมาณ 8-10 นาที หรือจนกว่าน้ำซอสจะงวด ตามด้วยการปรุงรสด้วยน้ำตาล เนยชิมรสให้ได้ตามชอบและตักใส่ถ้วยรอเสิร์ฟ
อาหารเม็กซิกัน

วิธีการประกอบทาโก้

  1. นำแป้งทาโก้ที่เตรียมเอาไว้ใส่ผักกาดแก้ว ตามด้วยทาซอสที่เตรียมเอาไว้ตั้งแต่ต้น 
  2. จากนั้นโรยด้วยชีสขูดและใส่มะนาวหั่นพร้อมกับซอสทาบัสโก้ เป็นอันเสร็จขั้นตอน อาหารเม็กซิกัน แนะนำ
อาหารเม็กซิกัน

เคล็ดลับการทำอาหารเม็กซิกันให้อร่อย 

ในการทำ ทาโก้ (TACO) จะมีหลักการทำไม่ยากและไม่มากความ เพราะเป็นอีกหนึ่งเมนูที่ทำง่าย แถมทานก็ง่ายและยังอร่อยอีกด้วย จนทำให้เป็นเมนูอร่อยที่หลายคนยกให้เป็นนัมเบอร์วัน สำหรับทริคการทำของเมนู อาหารเม็กซิกัน นี้คือ “ซอส” ซึ่งเป็นหัวใจของความอร่อย ซึ่งขั้นตอนการทำ ซอสทาโก้ วิธีทํา หลัก ๆ คือจะต้องใช้ไฟกลางไม่ควรแรง เพราะอาจจะทำให้ซอสไหม้ จนทำให้เสียรสชาติได้ ส่วนแป้งทาโก้ถ้าให้ดีที่สุดควรเป็นแป้งทำสดใหม่ ๆ จะให้รสชาติที่ดีและอร่อยมากกว่า

อาหารเม็กซิกัน

สนับสนุนโดย : https://sa-game.bet

READ MOREREAD MORE
พิซซ่าเวียดนาม

พิซซ่าเวียดนาม แป้งกรอบนาน ไส้แน่นสะใจพิซซ่าเวียดนาม แป้งกรอบนาน ไส้แน่นสะใจ

พิซซ่าเวียดนาม

พิซซ่าเวียดนาม หรือที่ชาวเวียดนามเรียกกันว่า BAHN TRANG NOUNG อาหารว่างทานเล่นที่หลายคนคุ้นหน้าคุ้นตากันเป็นอย่างดี เพราะมีรูปร่างหน้าตาคล้ายคลึงกับพิซซ่าที่เรารับประทานกันอยู่เป็นประจำ ซึ่งนับว่าเป็น เมนูอาหารเวียดนาม ทำง่ายที่มีความหลากหลายอยู่ไม่น้อย หากมีโอกาสได้ลองทานจะรู้เลยว่าสามารถเลือกวัตถุดิบตกแต่งหน้าตาได้หลากหลาย แถมรสชาติยังอร่อยอย่าบอกใครเลยทีเดียว ในบทความนี้เราก็ไม่พลาดที่จะหยิบยก สูตรพิซซ่าเวียดนาม มาบอกต่อให้ได้ลองทำตามด้วยค่ะ

วัตถุดิบ และขั้นตอนวิธีทำ พิซซ่าเวียดนาม เมนูทำง่าย รังสรรค์ได้หลากหลาย

พิซซ่าเวียดนาม มีลักษณะคล้ายคลึงกับโตเกียว แต่จะแตกต่างกันตรงที่แผ่นแป้งจะมีขนาดใหญ่ และแข็งกว่า รวมถึงใส่วัตถุดิบต่างๆได้มากกว่า เมนูนี้ตามร้านค้าที่เราเห็นอยู่ทั่วไปนั้นมักจะใช้เตาถ่านร้อนๆในการปิ้งไปมาให้แผ่นแป้ง และส่วนผสมอื่นๆสุก ถือเป็น พิซซ่าเวียดนาม ต้นฉบับ ที่หอมคละคลุ้งเครื่องเทศ ผสานความหอมเฉพาะตัวของเตาถ่าน แต่หากใครไม่มีเตาถ่านก็สามารถทำ พิซซ่าเวียดนาม หม้ออบลมร้อน หรือกระทะที่มีอยู่ติดครัวก็สามารถทำได้ด้วยเช่นกัน ดังนั้น เราไปเตรียมวัตถุดิบกันเลย

วัตถุดิบทำ พิซซ่าชีสเวียดนาม

  1. แผ่นแป้งปอเปี๊ยะเวียดนาม
  2. กุ้งแห้ง ปริมาณตามชอบ
  3. ต้นหอมซอย ปริมาณตามชอบ
  4. ไข่ไก่ 5 ฟอง (ตีให้เข้ากัน)
  5. ไส้กรอกหั่นชิ้น ปริมาณตามชอบ
  6. ปูอัดฝอย ปริมาณตามชอบ
  7. มอสซาเรลล่าชีส เชดด้าชีด
  8. ซอสมะเขือเทศ ปริมาณตามชอบ
  9. ซอสพริก ปริมาณตามชอบ
  10. มายองเนส ปริมาณตามชอบ
พิซซ่าเวียดนาม

ขั้นตอนวิธีทำ 

  1. ขั้นตอนแรกในการทำ พิซซ่าเวียดนามง่ายๆ เริ่มจากการตั้งกระทะด้วยไฟอ่อน ใส่แผ่นแป้งปอเปี๊ยะเวียดนามลงไป ตามด้วยต้นหอมซอย กุ้งแห้ง และไข่ไก่ทาให้ทั่วแผ่นแป้ง เพื่อให้แป้งสุกทั่วกัน 
  2. ตกแต่งหน้า พิซซ่าเวียดนาม ด้วยไส้กรอก และปูอัดปริมาณตามชอบเลยค่ะ (ระหว่างนี้ให้ขยับกระทะเพื่อให้ความร้อนกระจายตัวให้ทั่ว) จากนั้นราดซอสพริก ซอสมะเขือเทศ มายองเนส และใส่มอสซาเรลล่าชีสให้ทั่ว 
  3. เมื่อส่วนผสมทั้งหมดสุกแล้ว ให้พับครึ่งเข้าหากันแล้วนำออกจากกระทะ ไปจัด พิซซ่าเวียดนามทำเอง ใส่จานเสิร์ฟรับประทานได้เลยค่ะ
พิซซ่าเวียดนาม

บทสรุป

เป็นอย่างไรกันบ้างคะกับ อาหารเวียดนาม ง่ายๆ ที่สามารถนำสูตรไปทำตามได้เองที่บ้าน แม้จะมีกระทะเพียงใบเดียวก็สามารถทำ พิซซ่าเวียดนาม ทานได้แล้ว หรือหากใครจะทำขายสร้างรายได้ก็สามารถทำได้เช่นกัน แถมวัตถุดิบส่วนใหญ่ไม่เน่าไม่เสีย สามารถเก็บไว้ได้เป็นเวลานาน แน่นอนว่าทำขายแล้วไม่ขาดทุนแน่นอนค่ะ

สนับสนุนโดย : https://sa-game.bet/

READ MOREREAD MORE
เป็ดปักกิ่ง

เป็ดปักกิ่ง สูตรอาหารจีนในตำนาน ระดับภัตตาคารเป็ดปักกิ่ง สูตรอาหารจีนในตำนาน ระดับภัตตาคาร

เป็ดปักกิ่ง

เป็ดปักกิ่ง หรือ PEKING DUCK เมนูนี้เป็นอาหารขึ้นชื่อ และอาหารประจำชาติของประเทศจีน โดยต้นกำเนิดของ เป็ดปักกิ่งชาววัง อยู่ที่ครัวหลวงเมืองหนานจิง มณทลเจียงซู ก่อนจะถูกส่งต่อสูตรจนเป็นที่รู้จักต่อกันมาที่ปักกิ่ง ซึ่งถือเป็นเมืองหลวงในยุคราชวงศ์หมิง จนเวลาต่อมาได้กลายเป็น เมนูอาหารจีน ที่โด่งดังของสองภัตราคารในปักกิ่ง คือ เฉวียนจวี้เต๋อ และ เปี้ยนอี้ฟาง 

วัตถุดิบ และขั้นตอนวิธีทำ เป็ดปักกิ่ง อาหารขึ้นชื่อที่ทำทานเองได้

อาหารจีนแนะนำ ของเราในบทความนี้มีชื่อว่าเป็ดปักกิ่ง เมนูนี้ไม่ได้ทานเพียงเนื้อเป็ดอย่างเดียวนะคะ แต่เขาจะจัดเสิร์ฟมาในรูปแบบแผ่นหนังที่ทั้งบาง และกรุบกรอบน่ารับประทาน พร้อมกับซอสหวาน เครื่องเคียงหลากหลาย พร้อมกับแป้งบางสำหรับห่ออาหาร โดย สูตรเป็ดปักกิ่ง ต้นตำรับจากประเทศจีนนั้นมักจะแล่หนังให้ติดเนื้อมาด้วย แต่เมื่อถูกนำเข้ามาในประเทศไทยก็ได้มีการดัดแปลงสูตรให้ถูกปากคนไทย โดยแล่เฉพาะหนังเท่านั้น 

วัตถุดิบสำหรับทำเป็ดปักกิ่ง

  1. เป็ดสด 1 ตัว
  2. รากผักชี 4 ราก
  3. พริกไทย ½ ช้อนโต๊ะ
  4. กระเทียม 6 กลีบ
  5. ผงพะโล้ 1 ช้อนโต๊ะ
  6. ซีอิ๊วดำ 1 ช้อนโต๊ะ
  7. ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
  8. น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ
  9. น้ำตาลทรายแดง 1 ช้อนโต๊ะ
  10. เหล้าจีน 1 ช้อนโต๊ะ
  11. แบะแซ 1 ช้อนโต๊ะ

วัตถุดิบทำน้ำราดตัวเป็ด

  1. น้ำส้มสายชู 4 ช้อนชา
  2. ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
  3. น้ำผึ้ง 3 ช้อนโต๊ะ
  4. น้ำตาลทราย 4 ช้อนโต๊ะ
  5. เกลือ 1 ช้อนชา
  6. สีผสมอาหารสีแดง 1 ช้อนชา
  7. น้ำเปล่า
เป็ดปักกิ่ง

ขั้นตอน วิธีทำเป็ดปักกิ่ง 

  1. ขั้นตอนแรกในการทำ เป็ดปักกิ่ง คือล้างเป็ดให้สะอาด ก่อนจะควักเอาปอดช และเครื่องในในตัวเป็ดออกมา และนำไปเป่าลมเพื่อให้หนังเป็ดกับตัวเป็ดแยกออกจากกัน ทำการสับขา ปีก และคอออกจากตัวเป็ด พักไว้
  2. โขลกหรือปั่นสามเกลอ (รากผักชี พริกไทย กระเทียม) ให้ละเอียด ก่อนจะนำส่วนผสมสำหรับหมักเป็ดมาผสมให้เข้ากัน คือ สามเกลอ ผงพะโล้ ซีอิ๊วขาว ซีอิ๊วดำ น้ำมันหอย น้ำตาลทรายแดง แบะแซ และเหล้าจีน จากนั้นนำส่วนผสมที่เข้ากันดีแล้วมายัดเข้าไปในท้องเป็ด พักไว้สักครู่
  3. ขั้นตอนต่อมาเป็นขั้นตอนการทำน้ำราดตัวเป็ด เริ่มต้นจากการตั้งหม้อใส่น้ำเปล่าลงไปแล้วเปิดเตารอให้เดือด จากนั้นปรุงรสด้วยน้ำตาลทราย น้ำส้มสายชู ซีอิ๊วขาว น้ำผึ้ง และเกลือ ทำการคนให้ส่วนผสมละลายเข้ากันดี ต่อด้วยการใส่สีผสมอาหารลงไป รอให้น้ำเดือดแล้วปิดเตาได้เลยค่ะ
  4. นำเป็ดที่เตรียมไว้มาราดด้วยน้ำราดตัวเป็ดให้ทั่ว หลายๆรอบ และนำไปตากแดดไว้ให้หนังแห้งตึงเป็นเวลา 2 ชั่วโมง ระหว่างรอให้ใช้ฟอยล์รองส่วนล่างของหม้ออบลมร้อน ครบเวลาแล้วให้นำมาอบด้วยหม้ออบลมร้อน โดยใช้ไฟ 160 องศา เป็นเวลา 45 นาที และนำออกมาพลิกตัวเป็ดกลับด้านเพื่ออบต่อด้วยไฟเท่าเดิมเป็นเวลา 35 นาที เป็นอันเสร็จสิ้น นำออกมารับประทานพร้อมกับน้ำจิ้มและแผ่นแป้งได้เลยค่ะ
เป็ดปักกิ่ง

บทสรุป

จบลงไปแล้วกับการ สอนทำเป็ดปักกิ่งกินเอง แบบง่ายๆ แต่รสชาติอร่อย และเนื้อบางกรอบไม่แพ้ภัตตาคาร อาหารจีน เลยค่ะ ในขั้นตอนการทำ เป็ดปักกิ่ง อาจจะใช้วัตถุดิบและเวลาทำที่ถือว่านานเสียหน่อย ในบางร้านจึงมักจะตั้งราคาที่สูง แต่รับรองว่าเมื่อทำทานเองโดยใช้สูตรของเราแล้วคุ้มค่ากับการได้ทาน อาหารขึ้นชื่อที่มีประวัติความเป็นมายาวนาน

สนับสนุนโดย : https://sa-game.bet/

READ MOREREAD MORE
จับ แช

จับ แช ผัดวุ้นเส้นสไตล์เกาหลี หอมกลิ่นน้ำมันงาจับ แช ผัดวุ้นเส้นสไตล์เกาหลี หอมกลิ่นน้ำมันงา

จับ แช

ในยุคที่กระแสเกาหลีฟีเวอร์แบบนี้ เราก็ไม่พลาดที่จะหยิบยกอาหารเกาหลี ที่มีชื่อว่า จับ แช JAPCHAE มาแนะนำให้ทุกคนได้รู้จัก ซึ่งชับแช,ฉับเช,จับเช หรือ จับแช คือ เมนูที่คล้ายกับผัดวุ้นเส้นของไทย แต่จะใช้วุ้นเส้นของเกาหลีที่เรียกว่า “ทังมยอน” ที่มีความหนาและเหนียวนุ่มกว่าคลุกเคล้าในน้ำมันงา พร้อมกับส่วนผสมของเนื้อวัว ไข่ และผักหลากชนิด โดยเมนูนี้ได้รับความนิยมมากในประเทศเกาหลี โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลจะนิยมกันเป็นพิเศษ

วัตถุดิบ และขั้นตอนวิธีทำ จับ แช เมนูอาหารเกาหลียอดนิยม

ในปัจจุบันเราสามารถหาทาน จับ แช หรือ ผัดวุ้นเส้นเกาหลี  ได้ง่ายทั่วไปตามร้านอาหารเกาหลีในประเทศไทย ในบางร้านนั้นจะลดขั้นตอนการทำที่หลายขั้นตอนลง โดยทำให้เป็น อาหารเกาหลีง่ายๆ ด้วยการใช้ซอสจับแชแบบสำเร็จรูปแทน ซึ่งแน่นอนว่ารสชาตินั้นแม้จะอร่อย แต่ก็มีความแตกต่างจากสูตรต้นตำรับอยู่มาก เราจึงแนะนำให้ใช้สูตรที่เรานำมาบอกต่อ เพื่อให้ได้ลิ้มลองอาหารเกาหลีดั้งเดิม ที่อร่อยไม่แพ้เชฟเกาหลีทำเองเลย ซึ่งในสูตรนี้เราขอแบ่งวัตถุดิบออกเป็น 3 ส่วน ดังนี้

วัตถุดิบสำหรับหมักเนื้อ

  1. เนื้อวัวหั่นชิ้น 300 กรัม
  2. กระเทียมจีนสับ 2 กลีบ
  3. น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ
  4. งาขาวคั่ว 2 ช้อนชา
  5. น้ำมันงา 1 ช้อนโต๊ะ
  6. ซอสถั่วเหลือง (กันจัง) 1 ช้อนโต๊ะ
  7. มิริน 1/2 ช้อนโต๊ะ
  8. พริกไทยดำ ปริมาณตามชอบ

วัตถุดิบผัก และไข่ฝอย

  1. ผักโขม 400 กรัม
  2. หอมใหญ่ซอย 1 หัว
  3. แครอทซอย 1 หัว
  4. เห็ดชิทาเกะสด หั่นชิ้นบาง 4 ดอก
  5. พริกหวานสีแดงซอย 1/4 หัว
  6. ไข่ไก่ 2 ฟอง
  7. น้ำมันพืช 
  8. เกลือ ½ ช้อนชา

วัตถุดิบทำเส้น จับแช

  1. วุ้นเส้นเกาหลี ทังมยอน 250 กรัม
  2. กระเทียมจีนสับหยาบ 2 กลีบ
  3. ซอสถั่วเหลือง (กันจัง) 1/3 ถ้วยตวง
  4. น้ำมันงา 2-3 ช้อนโต๊ะ
  5. พริกไทยดำ ปริมาณตามชอบ
จับ แช

ขั้นตอนวิธีทำ 

  1. ขั้นตอนแรกในการทำจับแช เริ่มจากการหมักเนื้อ โดยใส่เนื้อลงไปในชามผสม ตามด้วยวัตถุดิบในส่วนที่ 1 ที่เตรียมไว้ทั้งหมด (กระเทียม พริกไทยดำ น้ำตาลทราย งาขาวคั่ว น้ำมันงา ซีอิ๊วขาวเกาหลี มิริน) ใส่ลงไปคนผสมให้เข้ากัน เสร็จแล้วห่อชามผสมด้วยแผ่นถนอมอาหาร และนำไปพักไว้ในตู้เย็น
  2. นำมาผักโขมไปลวกในน้ำเดือดเป็นเวลา 1 นาที จากนั้นนำไปกรองน้ำออกด้วยตะแกรง และล้างด้วยน้ำเย็นให้สะอาดแล้วบีบน้ำออกให้พอหมาด นำมาตัดเป็นชิ้นพอดีคำ ปรุงรสด้วยน้ำมันงา และซีอิ๊วขาวเกาหลี
  3. ตีไข่ที่เตรียมไว้ผสมกับเกลือให้เข้ากัน ตั้งกระทะเทฟล่อนทาน้ำมันให้ทั่ว รอให้ร้อนแล้วปรับเป็นไฟอ่อนก่อนจะใส่ไข่ที่เตรียมไว้ลงไปทอด เมื่อด้านล้างสุกแล้วให้พลิกกลับด้าน พักไว้ให้เย็นก่อนจะนำมาซอยให้เป็นเส้นเล็กๆ
  4. ตั้งกระทะด้วยไฟกลางค่อนอ่อน ใส่น้ำมันลงไปในกระทะเล็กน้อย ใส่หัวหอมและต้มหอมลงไปผัดพร้อมกันจนเริ่มมีสีใส นำออกไปพักไว้แล้วใส่น้ำมันผัดเห็ดและเกลือต่อในกระทะใบเดียวกัน ผัดให้หอมแล้วนำออกไปพักไว้ จากนั้นใส่น้ำมันแล้วนำแครอทและพริกหวานลงไปผัดต่อ และนำออกมาพักไว้เช่นเดียวกัน
  5. ต่อมาให้ใส่น้ำมันลงไปในกระทะรอให้ร้อนแล้วใส่เนื้อที่หมักไว้ลงไปผัดให้สุก
  6. นำวุ้นเส้นทังมยอน หรือวุ้นเส้นเกาหลีมาต้มในน้ำเดือดเป็นเวลา 10 นาที หรือจนกว่าจะสุกนุ่มดีแล้วนำไปกรองน้ำออกด้วยตะแกรง ใช้กรรไกรตัดเส้นให้สั้นลง 
  7. ใส่ส่วนผสมทั้งหมดที่เตรียมไว้ลงไปในชามผสม (ผัก เนื้อ ไข่ไก่ และวุ้นเส้น) ปรุงรสด้วยซอสถั่วเหลือง น้ำตาลทราย น้ำมันงา พริกไทยดำ และกระเทียมสับ จากนั้นคลุกเคล้าให้เข้ากันแล้วนำใส่จาน โรยหน้าด้วยงาขาวคั่ว และจัดเสิร์ฟ อาหารเกาหลี ของเราได้เลยค่ะ
จับ แช

READ MOREREAD MORE
โอ ยา โกะ ด้ง

โอ ยา โกะ ด้ง หรือข้าวหน้าไก่ใส่ไข่ อาหารญี่ปุ่นยอดนิยมโอ ยา โกะ ด้ง หรือข้าวหน้าไก่ใส่ไข่ อาหารญี่ปุ่นยอดนิยม

โอ ยา โกะ ด้ง

คอนนิจิวะ บทความนี้เราจะพาทุกคนมาทำ เมนูอาหารญี่ปุ่นยอดฮิต ซึ่งก็คือ โอ ยา โกะ ด้ง (OYAKODON) ชื่อนี้มาจากคำว่า OYA หมายถึงพ่อแม่ KO หมายถึงลูก และ DON หมายถึง ข้าว ซึ่งเป็นการอุปไมยถึงข้าวราดไก่กับไข่นั่นเอง เมนูนี้ถูกคิดค้นในปี ค.ศ.1891 โดยร้านอาหารแห่งหนึ่งในโตเกียวที่มีชื่อว่า “ทามาฮิเดะ” แต่เดิมนั้นเป็นเพียงเมนูหม้อที่ใส่เนื้อไก่และไข่ไก่เท่านั้น จนเวลาต่อก็ถูกดัดแปลงแบะเรียกว่า สูตรโอยาโกะด้ง กลายเป็นเมนูที่ราดข้าว เพื่อให้ทานได้ง่าย และสะดวกรวดเร็วขึ้น 

วัตถุดิบ และขั้นตอนวิธีทำ โอ ยา โกะ ด้ง เมนูอาหารญี่ปุ่น ทำง่าย

โอยาโกะด้ง คือ ข้าวราดหน้าหน้าไก่และไข่ของชาวญี่ปุ่น เป็นหนึ่งใน อาหารญี่ปุ่นง่ายๆ ที่เราอยากแนะนำให้ได้ลองทำทานกัน ไม่ต้องไปหาซื้อโอ ยา โกะ ด้ง ไกลถึงประเทศญี่ปุ่น เพียงหาวัตถุดิบที่หาซื้อได้ง่ายในประเทศไทย และลงมือทำด้วยตัวเองโดยใช้สูตรง่ายๆ ใช้เวลาในการทำไม่นาน ขอเน้นย้ำอีกครั้งว่าทำง่ายมาก ไม่ต้องใช้ขั้นตอนมากมายเลยค่ะ รับรองว่าอิ่มอร่อย และได้ประโยชน์จากวัตถุดิบอย่างแน่นอน

วัตถุดิบทำ โอยาโกะด้ง 

  1. สะโพกไก่ไร้หนัง หั่นชิ้น 300 กรัม
  2. ไข่ไก่ 4 ฟอง
  3. หอมหัวใหญ่ซอย ½ หัว
  4. ต้นหอมซอย  1 ต้น
  5. ชิโรดาชิ  2 ช้อนโต๊ะ
  6. มิริน  2 ช้อนโต๊ะ
  7. โชยุ  ½  ช้อนโต๊ะ
  8. น้ำตาล 1 ช้อนโต๊ะ
  9. น้ำเปล่า 200 มิลลิลิตร
  10. เหล้าสาเกสำหรับดับกลิ่นคาวของไก่
โอ ยา โกะ ด้ง

ขั้นตอน วิธีทำโอยาโกะด้ง

  1. ขั้นตอนแรกในการทำโอ ยา โกะ ด้ง ง่ายๆ เริ่มจากการผสมเครื่องปรุงทั้งหมดให้ละลายเข้ากันกับน้ำเปล่า (ชิโรดาชิ มิริน โชยุ น้ำตาล) 
  2. ใส่เนื้อไก่หั่นชิ้นลงไปในชามผสม ตามด้วยการใส่เหล้าสาเกเพื่อดับกลิ่นคาวของไก่ พักไว้
  3. ตอกไข่ไก่ใส่ลงไปในชามผสม คนเบาๆให้ไข่แดงแตก 
  4. ใส่เครื่องปรุงที่เตรียมไว้ในขั้นตอนแรกลงไปในกระทะ ตามด้วยหอมใหญ่ และเนื้อไก่ลงไปเรียงให้ทั่วกระทะ เปิดเตาด้วยไฟแรง น้ำเดือดแล้วให้เปลี่ยนเป็นไฟกลางเคี่ยวต่อเป็นเวลา 5 นาที หรือจนกว่าไก่จะสุก (ระหว่างนี้ให้ช้อนฟองออกให้หมดนะคะ)
  5. เมื่อเนื้อไก่สุกแล้วให้ใส่ไข่ประมาณ 1/3 ของที่เตรียมไว้ เทลงไปให้ทั่วแล้วรอให้ไข่เริ่มสุก จึงใส่เพิ่มอีก 1/3 รอจนเริ่มสุกอีกครั้งแล้วใส่ไข่ส่วนที่เหลือลงไปจนหมด พอไข่สุกจนเป็นที่พอใจแล้วให้ปิดเตาตักเรียงบนข้าวร้อนๆ โรยหน้าด้วยต้นหอมได้เลย
โอ ยา โกะ ด้ง

จบลงไปแล้วกับ อาหารญี่ปุ่น แนะนำเมนูโอ ยา โกะ ด้ง แสนอร่อย รสชาติไม่จัดจ้าน หวาน และเค็มกำลังดี สามารถทำทานเองได้บ่อยตามต้องการ เพียงแค่ใช้สูตรนี้ที่เรานำมาบอกต่อ และหากใครอยากทำเมนูนี้ให้ลูกๆของคุณทาน ก็สามารถตัดวัตถุดิบที่ไม่เหมาะกับเด็กออกไปได้เลยค่ะ

READ MOREREAD MORE
ราเมง

ราเมง เมนูอาหารญี่ปุ่นยอดฮิตที่คนรักเส้นต้องห้ามพลาดราเมง เมนูอาหารญี่ปุ่นยอดฮิตที่คนรักเส้นต้องห้ามพลาด

ราเมง หรือราเมน (RAMEN) คือ บะหมี่น้ำของชาวญี่ปุ่น ประกอบด้วยส่วนประกอบหลัก 3 อย่างคือ เส้นบะหมี่ญี่ปุ่นที่มีทั้งเส้นแบบหยัก และแบบตรง , เครื่องเคียงต่าง ๆ เช่น หมูชาชู (เนื้อหมูย่าง) ต้นหอม ลูกชิ้นปลาคะมะโบโกะ ข้าวโพดหวาน ไข่ต้มยางมะตูม ฯลฯ และน้ำซุปที่มีการปรุงรสให้มีรสชาติอร่อยแตกต่างกันออกไปในแต่ละจังหวัด 

ราเมง กับน้ำซุปที่ได้รับความนิยมมากที่สุด

ใครที่อยากลองจะลองทานราเมง กันดูสักครั้ง แต่ยังตัดสินใจไม่ถูกเมื่อไปร้าน อาหารญี่ปุ่น แล้วเปิดเมนูราเมง ขึ้นมาแล้วพบว่ามีมากจนเลือกไม่ถูก เราขอแนะนำน้ำซุปที่ได้รับความนิยมให้ทุกคนได้รู้จัก ดังนี้

  • ราเมงซุปกระดูกหมู/ราเมงทงคตสึ (TONKOTSU RAMEN) น้ำซุปสีขาวนวล รสชาติเข้มข้นกลมกล่อม ไม่จัดจ้าน เข้ากันได้ดีกับเส้นแบบตรงบาง มีกลิ่นหอมของกระดูกหมูที่ผ่านการเคี่ยวมาเป็นเวลานาน 
  • ราเมงมิโซะ (MISO RAMEN) น้ำซุปที่เรียกว่าแสดงเอกลักษณ์ความเป็นญี่ปุ่นออกมาได้อย่างเต็มเปี่ยม ด้วยความที่มีรสชาติเข้มข้นของมิโสะ และเต้าเจี้ยวญี่ปุ่น รสชาติถูกปากคนไทยอย่างแน่นอน
  • ราเมงโชยุ (SHOYU RAMEN) น้ำซุปที่เหมาะสำหรับคนที่ทานราเมนเป็นครั้งแรก มีส่วนผสมของโชยุ หรือซีอิ๊วญี่ปุ่น รสชาติอร่อยกลมกล่อม มีน้ำซุปสีน้ำตาลใส
  • ราเมงซุปเกลือ/ราเมงชิโอะ (SHIO RAMEN) น้ำซุปที่มีรสชาติอ่อน ๆ ของเกลือ แต่กลมกล่อมลงตัว น้ำซุปสีสดใส มีประวัติยาวนานที่สุด และถือว่าทำยากที่สุดอีกด้วย 

วัตถุดิบ และขั้นตอนวิธีทำ ราเมง ทงคตสึ

อาหารญี่ปุ่น ขึ้นชื่อ อย่าง ราเมง ทงคตสึ เป็นเมนูที่ทำง่าย แต่ใช้เวลาในการเคี่ยวน้ำซุปให้อร่อยกลมกล่อมค่อนข้างนาน บางสูตรนั้นถึงขั้นเคี่ยวไว้เป็นวัน ๆ เลยทีเดียว เพื่อให้ได้น้ำซุปที่กลมกล่อมที่สุด แต่ สูตรราเมนทงคตสึ ที่เรานำมาแนะนำนี้ ไม่ต้องใช้เวลานานขนาดนั้น หากใครอยากลองทำทานด้วยตัวเอง มาดูวัตถุดิบ และขั้นตอนวิธีทำกันเลยค่ะ

วัตถุดิบทำน้ำซุปทงคตสึ

  1. กระดูกเล้ง 1 กิโลกรัม
  2. ซี่โครงหมูอ่อน 1 กิโลกรัม
  3. กระดูกไก่ 500 กรัม
  4. ต้นหอมใหญ่หั่นชิ้น 2 ต้น
  5. หัวหอมหั่นชิ้น 2 หัว
  6. กระเทียมจีนหั่นชิ้น 5 กลีบ
  7. ขิงแก่หั่นชิ้น 6 แว่น
  8. น้ำตาลกรวด 2 ช้อนโต๊ะ
  9. โชยุ 2 ช้อนโต๊ะ
  10. ซุปไก่ 2 ก้อน
  11. มิริน 2 ช้อนโต๊ะ
  12. ผงดาชิ 15 กรัม

วัตถุดิบอื่น ๆ 

  1. เส้นราเมน ปริมาณตามชอบ
  2. น้ำเปล่าสำหรับต้มน้ำซุป
ราเมง
https://www.vegan.io/recipes/tonkotsu-ramen

ขั้นตอนวิธีทำ ราเมง ทงคัตสึ

  1. ขั้นตอนแรกนำกระดูกเล้ง ซี่โครงหมูอ่อน และกระดูกอ่อนมาล้างด้วยแป้งมันหลาย ๆ น้ำให้สะอาด ก่อนจะนำไปลวกในหม้อที่น้ำเดือดจัดเป็นเวลา 10 นาที และนำออกมาล้างด้วยน้ำสะอาดอีกครั้งเพื่อขจัดคราบไขมัน
  2. เตรียมน้ำเปล่าใส่ลงไปในหม้อให้ร้อน จากนั้นใส่ส่วนผสมในขั้นตอนแรกลงไปตามด้วยเครื่องต้มอย่าง ต้นหอมใหญ่ หัวหอม กระเทียมจีน และขิงแก่ ต้มรวมกัน และปรุงรสด้วยผงดาชิ น้ำตาลกรวด โชยุ มิริน และซุปไก่ก้อน คนให้เข้ากันแล้วเคี่ยวต่อจนเนื้อเริ่มเปื่อย จากนั้นให้ตักซี่โครงกระดูกอ่อนออกมาพักไว้ และเคี่ยวต่อจนเนื้อหลุดออกจากกระดูก โดยใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง 
  3. เมื่อน้ำซุปได้ที่แล้วให้นำมากรองใส่ชามผสมด้วยตะแกรง ทำการแยกเศษกระดูกออกจากเนื้อแล้วนำไปปั่นให้ละเอียด เพื่อนำมาผสมเพิ่มความเข้มข้นของน้ำซุป จากนั้นตักฟองที่ลอยอยู่เหนือผิวน้ำซุปออกให้หมด
  4. นำส่วนผสมของน้ำซุปไปตั้งไฟให้เดือดอีกครั้ง ในขั้นตอนนี้สามารถชิมน้ำซุป และปรุงเพิ่มได้ตามใจชอบเลยค่ะ จากนั้นลวกเส้นราเมนให้สุกดี ตักน้ำซุปใส่ถ้วยก่อนจะนำเส้นใส่ลงไป ตกแต่งด้วยซี่โครงกระดูกอ่อนที่พักไว้ และท็อปปิ้งอื่น ๆ เช่น หมูชาชู สาหร่าย ไข่ต้ม หอมซอย

READ MOREREAD MORE

แซลมอนย่างซอสเทอริยากิ อาหารเพื่อสุขภาพที่ดี และมีประโยชน์แซลมอนย่างซอสเทอริยากิ อาหารเพื่อสุขภาพที่ดี และมีประโยชน์

แซลมอนย่างซอสเทอริยากิ อาหารเพื่อสุขภาพที่ดี และมีประโยชน์

สายสุขภาพต้องร้องว้าว เมื่อพบกับเมนู อาหารเพื่อสุขภาพ รสชาติดี เต็มเปี่ยมไปด้วยคุณประโยชน์จากปลาสีส้มที่หลาย ๆ คนชื่นชอบ เมนูที่เรากำลังจะกล่าวถึงก็คือ “แซลมอนย่างซอสเทอริยากิ” เมนูที่ผสมผสานระหว่างเนื้อปลาแซลมอน และซอสเทอริยากิรสหวานได้เข้ากันเป็นอย่างดี ทานคู่กับข้าวสวยร้อน ๆ และผักเครื่องเคียงนา ๆ ชนิดแล้ว อร่อยจนหยุดทานไม่ได้เลยทีเดียว

ประโยชน์ของอาหารเพื่อสุขภาพ จากปลาแซลมอน 

สูตร อาหารเพื่อสุขภาพ ที่เราได้นำมาแนะนำในวันนี้ ใช้วัตถุดิบหลักคือ ปลาแซลมอน ที่ขึ้นชื่อว่าเป็น อาหารสุขภาพที่ดีที่สุดในโลก อุดมไปด้วยกรดไขมัน โปรตีน วิตามิน เกลือแร่ และโอเมก้าสาม ฯลฯ ถือได้ว่า เมนูอาหารเพื่อสุขภาพ เมนูนี้เต็มไปด้วยประโยชน์ต่อสุขภาพเลยทีเดียว เช่น ช่วยลดน้ำหนัก ลดการอักเสบ ดีต่อหัวใจ ป้องกันโรคสมาธิสั้นในเด็ก ต้านโรคมะเร็ง เพิ่มประสิทธิภาพของสมอง ฯลฯ 

วัตถุดิบ และขั้นตอนวิธีทำแซลมอนย่างซอสเทอริยากิ อาหารเพื่อสุขภาพทำง่าย

  แซลมอนย่างซอสเทอริยากิ เมนูง่าย ๆ ที่เชื่อว่าทุกคนสามารถนำสูตรนี้ไปทำทานเองที่บ้านได้อย่างแน่นอน เพราะ อาหารเพื่อสุขภาพ เมนูนี้ขั้นตอนการทำนั้นน้อยมาก ๆ หากใช้ซอสเทอริยากิสำเร็จรูปก็ยิ่งช่วยลดเวลาในการทำไปได้อีก แต่เราก็ไม่พลาดที่จะนำ สูตรทำซอสเทอริยากิ มาบอกต่อสำหรับคนที่ต้องการทำซอสด้วยตัวเองอีกด้วย หากอยากลองทำลองทานกันแล้ว ไปดูสูตรวิธีทำของเรากันเลยค่ะ

วัตถุดิบทำซอสเทอริยากิ หรือซอสหวานญี่ปุ่น

  1. KIKKOMAN ซอสถั่วเหลืองญี่ปุ่น 200 มิลลิลิตร
  2. มิริน 50 มิลลิลิตร
  3. น้ำตาลทรายแดง 100 กรัม
  4. น้ำผึ้ง 3 ช้อนโต๊ะ
  5. น้ำมันงา 3 ช้อนโต๊ะ
  6. ขิงหั่น 4 แว่น
  7. กระเทียมบุบ 1 กลีบใหญ่
  8. น้ำเปล่า 100 มิลลิลิตร

วัตถุดิบทำแซลม่อนซอสเทอริยากิ

  1. เนื้อปลาแซลมอนทอด 300 กรัม
  2. น้ำมัน 1 ช้อนโต๊ะ
  3. เกลือ ½ ช้อนชา
  4. พริกไทย ½ ช้อนชา
  5. ซอสเทอริยากิ 2 ช้อนโต๊ะ

ขั้นตอนวิธีทำซอสเทอริยากิ

  1. ขั้นตอนแรกตั้งกระทะด้วยไฟอ่อน ใส่น้ำมันงาลงไปในกระทะให้ทั่ว เมื่อส่วนผสมเริ่มร้อนแล้วให้ใส่ขิง และกระเทียมลงไปผัดให้หอม ตามด้วยซอสถั่วเหลืองญี่ปุ่น มิริน และน้ำตาลทราย คนส่วนผสมให้ละลายเข้ากันแล้วใส่น้ำผึ้ง และน้ำเปล่าลงไปเคี่ยวต่อจนส่วนผสมข้นเหนียว
  2. เมื่อส่วนผสมได้ที่แล้วให้นำไปกรองด้วยตะแกรงใส่ในชามผสม พักไว้เตรียมทำขั้นตอนต่อไปได้เลย

ขั้นตอนวิธีทำแซลมอนย่างซอสเทอริยากิ

  1. ขั้นตอนแรกนำเกลือ และพริกไทยมาทาให้ทั่วเนื้อปลาแซลมอน 
  2. ตั้งกระทะด้วยไฟกลางค่อนอ่อน ใส่น้ำมันรอให้ร้อน จากนั้นนำปลาแซลมอนลงไปย่างให้สุก และพลิกด้านย่างให้สุกทั่วกันทุกด้านแล้วราดซอสเทอริยากิลงไปคลุกให้ทั่วเนื้อปลา เป็นอันเสร็จสิ้น ปิดเตานำมาจัดใส่จานได้เลย

 

 

 

 

เว็บบอล

READ MOREREAD MORE

“โซบะ เย็น” อาหารญี่ปุ่นทำง่าย ทานคลายร้อนได้ดี“โซบะ เย็น” อาหารญี่ปุ่นทำง่าย ทานคลายร้อนได้ดี

“โซบะ เย็น” อาหารญี่ปุ่นทำง่าย ทานคลายร้อนได้ดี

SOBA หรือ โซบะ คือ อาหารญี่ปุ่น ขึ้นชื่อ ลักษณะเป็นเส้นขนาดเล็กสีน้ำตาลอ่อน ต้นกำเนิดยาวนานมาตั้งแต่สมัยโจจง โดยมีเรื่องเล่าบอกต่อกันมาว่า ในสมัยนั้นมีการเพาะปลูกต้นโซบะ จะกระทั่งในเวลาต่อมาประเทศจีนได้เข้ามามีบทบาทในประเทศญี่ปุ่น และได้นำเครื่องโม่เข้ามาผลิตเส้นโซบะ ทำให้กลายอาหารยอดนิยมจนเกิดวัฒนธรรมของชาวญี่ปุ่นขึ้นมา

เส้น โซบะ อาหารญี่ปุ่น ขึ้นชื่อ ทำได้หลายเมนู

เส้น โซบะ สามารถนำมาประกอบอาหารได้หลากหลายเมนู ยกตัวอย่างเช่น โมริโซบะ (MORI SOBA) โซบะเปล่า ๆ ทานกับซอส , ซารุโซบะ (ZARU SOBA) หรือที่หลายคนเรียกว่าหมี่เย็น เป็นการนำเส้นไปแช่ในน้ำเย็นแล้วทานคู่กับซอสเพิ่มรสชาติ , คาคิอาเกะโซบะ (KAKIAGE SOBA) โซบะหน้าของทอด ที่มีการนำวัตถุดิบมาหั่นเป็นชิ้นก่อนจะนำไปชุบแป้งทอด ฯลฯ ซึ่งแต่ละเมนูโซบะก็ล้วนแล้วแต่มีความอร่อยที่แตกต่างกัน 

วัตถุดิบ และขั้นตอนวิธีทำโซบะ เย็น เมนูอาหารญี่ปุ่นง่าย ๆ ใช้เวลาทำน้อย

zaru soba - Husbands That Cook

เนื่องจากสภาพอากาศในประเทศไทยที่แสนจะร้อนอบอ้าว เราจึงได้นำสูตร โซบะ เย็น อาหารญี่ปุ่นยอดฮิต มาบอกต่อให้ทุกคนได้ลองทำทานกันคลายร้อน รับรองว่าสูตรนี้ทุกคนสามารถนำไปทำตามได้อย่างแน่นอน เพราะใช้วัตถุดิบในการทำน้อย แม้ในเวลาที่เร่งรีบก็สามารถทำได้ เนื่องจากเป็น สูตรอาหารญี่ปุ่นทำง่าย ที่ใช้เวลาในการทำน้อยมาก ๆ แต่ต้องบอกเลยว่ารสชาตินั้นอร่อยแบบไม่มีผิดหวังเลยทีเดียว แถมยังเป็นเมนูที่ทานแล้วมีประโยชน์ ช่วยลดน้ำตาลในเลือด ช่วยให้เส้นเลือดฝอยแข็งแรง ลดอาหารท้องผูก และยังมีสารอาหารสูง

วัตถุดิบ

  1. เส้นโซบะแห้ง 200 กรัม
  2. ซอสฮนสึยุ 1/2 ถ้วย 
  3. น้ำเย็น 1 ถ้วย 
  4. ต้นหอมซอย 1 ช้อนโต๊ะ
  5. วาซาบิแบบหลอด 
  6. สาหร่ายแบบตัดเป็นเส้น
  7. น้ำสะอาด
  8. น้ำแข็งสำหรับแช่เส้นโซบะ

ขั้นตอนวิธีทำโซบะเย็น

วิธีทำบะหมี่เย็น โซบะเย็น (Zaru Soba) & โซเมนเย็น (Zaru Somen)!
  1. ขั้นตอนแรกตั้งกระทะต้มน้ำให้เดือดแล้วใส่เส้นโซบะแห้งลงไปต้มให้สุก ประมาณ 6 – 7 นาที ใช้ทัพพีตักเส้นคนเบา ๆ เพื่อไม่ให้เส้นติดกัน ระหว่างรอให้เตรียมชามใส่น้ำเปล่า และน้ำแข็งลงไป เมื่อเส้นสุกแล้วให้กรองน้ำออกด้วยตะแกรง ก่อนจะนำไปแช่ไว้ในชามน้ำเย็นแล้วคนให้เส้นเย็น และแช่พักไว้
  2. ทำซอสหมี่เย็นญี่ปุ่น โดยเริ่มจากการใส่ฮนสึยุ น้ำเย็น และวาซาบิปริมาณตามชอบลงไปในชาม โรยหน้าด้วยหอมซอย 
  3. จัดเรียงเส้น โซบะ เย็นใส่จาน โรยหน้าด้วยสาหร่ายแบบเส้นแล้วจัดเสิร์ฟพร้อมซอสได้เลยค่ะ

 

 

 

เว็บบอล

READ MOREREAD MORE

สูตรวิธีทำ “บิบิมบับ” หรือข้าวยำเกาหลีที่คอซีรี่ย์ห้ามพลาดสูตรวิธีทำ “บิบิมบับ” หรือข้าวยำเกาหลีที่คอซีรี่ย์ห้ามพลาด

ในสถานการณ์โควิด – 19 ที่หลาย ๆ คนต้องปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ ทั้งในเรื่องของการเรียน การทำงาน และการดำเนินชีวิต อีกหนึ่งสิ่งที่ช่วยลดความเครียดได้ก็คือการดูซีรี่ย์เกาหลีที่กำลังมาแรงแบบสุด ๆ ซึ่งในซีรี่ย์หลายเรื่องมักจะแสดงถึงวัฒนธรรมเกาหลีมากมาย รวมถึงวัฒนธรรมด้านอาหารที่มักจะเห็นพระเอก นางเอกรับประทานกันให้ชวนหิวตาม จึงขอชวนทุกคนทำอาหารเกาหลีง่าย ๆ เมนู “บิบิมบับ” แต่ก็ยังมีอีกหลายคนที่ยังไม่รู้จัก ดังนั้น เราขอแนะนำเมนูนี้ให้รู้จักกันให้มากขึ้นก่อนไปลองทำกันค่ะ

บอกต่อเรื่องราวของ บิบิมบับ อาหารเกาหลีที่สามารถทำได้เองง่าย ๆ 

ก่อนอื่นเราต้องขอบอกความหมายของอาหารเกาหลีเมนูนี้กันก่อน บิบิมบับ คือ อาหารยอดนิยมของคนเกาหลี เป็นอาหารประเภทข้าวที่มีจุดเด่นเป็นการนำข้าวสวย ผัก ไข่ และซอสเผ็ดเกาหลี เสิร์ฟในหม้อดินร้อน ๆ เวลารับประทานมักจะคลุกเคล้าให้เข้ากันกับไข่สด พร้อมเครื่องเคียงต่าง ๆ ด้วยความที่บิบิมบับเป็นเมนูข้าว ซึ่งเป็นสิ่งคนไทยอย่างเรา ๆ รับประทานกันเป็นประจำอยู่แล้ว เมื่อแพร่หลายมาในประเทศไทย จึงกลายเป็นเมนูที่ได้รับความนิยมมาก ๆ อีกหนึ่งเมนูเลยทีเดียว

ที่มาของชื่ออาหารเกาหลีเมนูนี้

บิบิมบับ ในประเทศไทยสามารถเรียกได้อีกหนึ่งชื่อว่า ข้าวยำเกาหลี เนื่องมาจากคำว่า 비빔 (BIBIM) มีความหมายว่า การผสม ส่วนคำว่า (BAP) หมายถึง ข้าว เมื่อนำสองคำสองความหมายนี้มารวมกัน จึงกลายเป็นเมนูอาหารเกาหลี ที่มีชื่อว่า BI BIM BAP สื่อความหมายถึงการนำข้าว และวัตถุดิบอื่น ๆ มาผสมกันก่อนรับประทาน ซึ่งก็ไม่ผิดที่คนไทยส่วนใหญ่จะเรียกด้วยอีกชื่อ เพราะความหมายเหมือนกันจริง ๆ คือ คล้าย ๆ กับการทำยำของไทยนั้นเองค่ะ

ประวัติความเป็นมา

สำหรับเมนู ข้าวบิบิมบับ นั้นไม่มีหลักฐานใดที่สามารถระบุได้อย่างชัดเจนว่าเกิดขึ้นเมื่อใด และใครเป็นผู้คิดค้นขึ้นมาครั้งแรก มีเพียงการตั้งสมมติฐานจากความเชื่อที่เล่าต่อกันมาต่าง ๆ นา ๆ เท่านั้น โดยไม่รู้เลยว่าสมมติฐานใดเป็นเรื่องที่แท้จริง แต่เราขอยกตัวอย่างสมมติฐาน 1 ข้อ คือ เป็นอาหารเกาหลีดั้งเดิมในประเพณีไหว้เจ้า หรือไหว้บรรพบุรุษของคนเกาหลี เมื่อประกอบพิธีเสร็จคนในครอบครัวจะมารับประทานอาหารร่วมกัน โดยนำข้าวผสมกับเครื่องเคียงต่าง ๆ กลายเป็นเมนู บิบิมบับ 

อาหารที่มีมาตั้งแต่สมัยโซซอน

บิบิบับถูกกล่าวถึงครั้งแรกในศตวรรษที่ 19 ในเมืองจอนจู ซึ่งเป็นตำราอาหารโบราณเกาหลีที่ไม่ทราบชื่อของผู้แต่งที่มีอายุมากกว่า 200 ปี โดยเรียกชื่ออาหารนี้ว่า พูบิมบับ ในตำราระบุว่าเป็นเมนูที่ถูกพบในราชสำนักในสมัยนั้น และยังถูกจัดเป็นหนึ่งในสามของอาหารที่ดีสุดในราชวงศ์โซซอน หรือในช่วงปี ค.ศ. 1392 – 1910 ก่อนจะถูกเผยแพร่ไปยังเหล่าขุนนางจนได้รับความนิยม และเผยแพร่ไปยังชาวบ้านทั่วไป

อาหารเกาหลีเพื่อสุขภาพ

ใครที่ยังไม่เคยรับประทานอาหารเกาหลี แนะนำ อย่างบิบิบับมาก่อน ขอบอกว่ามีรสชาติเผ็ดหวานถูกปากคนไทย นอกจากความอร่อยแล้วยังเป็นอาหารเพื่อสุขภาพที่มีประโยชน์ อุดมไปด้วยสารอาหาร และใยอาหาร เช่น วิตามินที่มีคอเลสเตอรอล และไขมันต่ำ , เซลลูโลส และสารอาหารอื่น ๆ อีกมากมาย เรียกว่าครบจบทั้ง 5 หมู่เลยทีเดียว ดังนั้น จึงเหมาะมาก ๆ กับคนที่รักสุขภาพ , คนที่กำลังลดน้ำหนัก และคนที่กำลังทานอาหารเจก็สามารถทานบิบิมบับเจได้ โดยไม่ต้องใส่เนื้อสัตว์ และเน้นไปที่ผักล้วน ๆ 

บิบิมบับ อาหารที่แฝงไปด้วยสัญลักษณ์

รู้หรือไม่คะว่าบิบิมบับเป็นอาหารที่แฝงสัญลักษณ์ที่สื่อถึงทิศ ธรรมชาติ และสุขภาพตามตำราแพทย์โบราณ โดยเป็นสัญลักษณ์จากสีของวัตถุดิบในเมนูอาหาร คือ สีขาวของถั่วงอก ข้าว หัวไชเท้า หมายถึงทิศตะวันตก โลก และปอด , สีดำของเห็ดหอม ผักกูด สาหร่ายโนริ หมายถึงทิศเหนือ น้ำ และไต , สีเขียวของแตงกวา ผักโขม หมายถึงทิศตะวันออก ต้นไม้ และตับ , สีแดง หรือสีส้มของพริก แครอท ลูกพุทธา หมายถึงทิศใต้ ไฟ และหัวใจ สุดท้ายสีเหลืองของฟักทอง มันฝรั่ง ไข่ หมายถึงศูนย์กลาง ทอง และกระเพาะอาหาร

วัตถุดิบ และขั้นตอนวิธีทำบิบิมบับง่าย ๆ 

มาถึงสูตรอาหารเกาหลีง่าย ๆ ที่ทำได้ง่ายมาก ดูจากในซีรี่ย์แล้วจะเห็นว่าเพียงแค่หยิบส่วนผสมต่าง ๆ มาจัดใส่ถ้วยยำรวมกัน ไม่แตกต่างจากยำ หรือข้าวผัดที่เราทำทานกันอยู่เป็นประจำ ซึ่งจริง ๆ แล้วบิบัมบับมีขั้นตอนการทำที่ซับซ้อนกว่านั้น เพราะต้องใช้เวลาในการเตรียมวัตถุดิบที่นานหลายขั้นตอนอยู่เหมือนกัน แต่ก็ยังถือว่าเป็นอาหารทำง่ายอยู่ดี หากใครอยากลองทานบิบิมบับ ทำเอง ก็สามารถนำสูตรนี้ไปใช้ทำได้เลยนะคะ 

วัตถุดิบหมักเนื้อวัว

  1. เนื้อวัวหั่นชิ้น 100 กรัม
  2. กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ
  3. งาขาวคั่ว 2 ช้อนชา
  4. น้ำมันงา 1 ช้อนชา
  5. น้ำตาล  1 ช้อนชา
  6. เกลือ 1/2 ช้อนชา
  7. มิริน 1/2 ช้อนชา
  8. สาเก 1/2 ช้อนชา
  9. ซอสปรุงรส 1 ช้อนชา

วัตถุดิบทำซอส

  1. โคชูจัง (น้ำพริกเกาหลี) 1 ช้อนโต๊ะ
  2. น้ำบ๊วยสกัด (เมชิลชอง) หรือมิริน 1 ช้อนโต๊ะ
  3. น้ำตาล 1/2 ช้อนชา
  4. น้ำเปล่า 1 ช้อนโต๊ะ
  5. งาขาวคั่ว 1 ช้อนชา
  6. กระเทียมสับ 1 ช้อนชา
  7. น้ำมันงา 1 ช้อนชา
  8. น้ำส้มสายชู 1 ช้อนชา

วัตถุดิบอื่น ๆ 

  1. เห็ดหอมซอยบาง 7 ดอก
  2. ผักโขม 300 กรัม
  3. ถั่วงอกหัวโต 250 กรัม
  4. แครอทหั่นฝอย 1 หัว
  5. แตงกวาญี่ปุ่นหั่นฝอย 1 หัว
  6. น้ำมันงา 4 ช้อนชา
  7. เกลือ 2 ช้อนชา
  8. งาขาวคั่ว 1 ช้อนชา
  9. พริกไทยดำปริมาณตามชอบ
  10. ไข่แดงดิบ 1 ฟอง

ขั้นตอนวิธีทำบิบิมบับ

  1. ขั้นตอนแรกใส่เนื้อวัวลงไปในชามผสม ตามด้วยซอสปรุงรส น้ำตาลทราย น้ำมันงา กระเทียมสับ พริกไทยดำ และงาขาวคั่ว ทำการคลุกเคล้าให้เข้ากัน
  2. ต่อมาเป็นขั้นตอนการทำซอส โดยใส่ส่วนผสมทำซอสทั้งหมดลงไปคลุกเคล้าให้เข้ากันชามผสม คือ น้ำตาลทราย งาขาวคั่ว น้ำบ๊วยสกัด น้ำพริกเกาหลี กระเทียมสับ และน้ำมันงา
  3. ตั้งหม้อต้มถั่วงอกหัวโตให้สุกแล้วใส่เกลือ กระเทียมสับ น้ำมันงา และงาขาวคั่วลงไปคลุกเคล้าให้เข้ากัน ต่อมาต้มผักโขมด้วยน้ำที่ต้นถั่วงอกให้สุก ล้างน้ำเย็นแล้วปรุงรสเหมือนกับถั่วงอก นำแตงกวาญี่ปุ่น แครอท และเห็ดหอมมาปรุงรสด้วยเกลือก่อนจะนำไปผัดให้สุกตามลำดับ สุดท้ายนำเนื้อมาผัดให้สุกทั่วกัน เสร็จแล้วนำไปจัดใส่จานราดซอสก่อนรับประทานค่ะ

บทสรุป

สูตรบิบิมบับของเราในบทความนี้ แม้ว่าจะเป็นเมนูที่ใช้วัตถุดิบเยอะมาก และใช้เวลาในการเตรียมวัตถุดิบนาน แต่วิธีทำนั้นแสนจะง่ายดาย เพียงแค่นำวัตถุดิบที่เตรียมไว้มายำผสมกันสมชื่อแล้วนำมาจัดวางบนข้าวสวยร้อน ๆ ให้สวยงาม ตามด้วยไข่ดิบ เพียงเท่านี้ก็ได้บิบิบับ อาหารเกาหลีทำง่าย รับประทานกันตามรอยซีรี่ย์แล้วค่ะ คอซีรี่ย์อย่าพลาดที่จะลองนะคะ

 

 

เว็บบอล

READ MOREREAD MORE