นมอาจมีคุณสมบัติในการให้ความชุ่มชื้นมากกว่าน้ำ—วิทยาศาสตร์กล่าวอย่างไร


นมอาจจะชุ่มชื้นมากกว่าน้ำ—มาดูวิทยาศาสตร์กัน

นม: เครื่องดื่มแสนอร่อยที่ให้ความชุ่มชื้น

นมไม่เพียงแต่เป็นเครื่องดื่มอร่อยและราคาประหยัด แต่ยังมีประโยชน์ในเรื่องการให้ความชุ่มชื้นอีกด้วย การดื่มนมสามารถช่วยเติมเต็มความกระหายได้อย่างมีประสิทธิภาพ หน้าร้อนนี้ เมื่อลมร้อนพัดมาตลอดทั้งวัน ลองหยิบนมขึ้นมาดื่มดูสิ คุณอาจจะประหลาดใจว่าเครื่องดื่มนี้ชุ่มชื้นกว่าแค่ดื่มน้ำเปล่า!

ทำไมนมถึงชุ่มชื้นได้มากกว่าน้ำ?

ตามการศึกษา วิทยาศาสตร์พบว่านมมีโปรตีนและไขมัน ซึ่งช่วยชะลอการดูดซึมของน้ำในร่างกาย ทำให้ร่างกายสามารถเก็บน้ำได้นานขึ้น นอกจากนี้ นมยังมีเกลือแร่และวิตามิน ที่ช่วยเพิ่มกระบวนการฟื้นฟูและไม่ทำให้เรามีอาการขาดน้ำโดยเร็ว

ขอบคุณสารอาหารในนม

สารอาหารในนม เช่น แคลเซียม วิตามินดี และโพแทสเซียม ช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟื้นฟูพลังงาน ซึ่งทำให้ร่างกายรู้สึกกระปรี้กระเปร่ามากขึ้น บางครั้งการดื่มนมหลังออกกำลังกายจะช่วยให้รู้สึกสดชื่นและฟื้นฟูร่างกายได้ดี

เมื่อใดที่ควรเลือกดื่มนม?

ในบางสถานการณ์ เช่น หลังจากการออกกำลังกายหรือในวันที่อากาศร้อน แนะนำให้เลือกนมเป็นเครื่องดื่มหลักเพื่อช่วยคลายความกระหาย ที่สำคัญ เมื่อดื่มนมควรเลือกเป็นนมไร้มันหรือนมพร่องมันเนยเพื่อลดแคลอรีในแต่ละแก้ว

ความคิดเห็นของผู้ใช้

หลายคนที่เคยทดลองดื่มนมแทนน้ำในวันร้อนต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า รู้สึกสดชื่นและไม่กระหายน้ำเท่าการดื่มน้ำธรรมดา! นอกจากนี้บอกเป็นเสียงเดียวกันว่ารสชาติของนมลดความรู้สึกของการกระหายได้ดีกว่ากันเยอะ

บทสรุป

นมเป็นเครื่องดื่มที่มีความชุ่มชื้นและสารอาหารที่หลากหลาย เหมาะกับการดื่มในวันที่ร้อนหรือหลังออกกำลังกาย ดังนั้น อย่าลืมเก็บนมไว้ในตู้เย็นเป็นตัวเลือกเมื่อรู้สึกกระหาย แถมยังอร่อยและดีต่อร่างกายอีกด้วย!

 

เว็บบาคาร่าที่คนเล่นเยอะที่สุด 2025 ที่สุดของความสนุกและโอกาสแห่งความสำเร็จ!”

“เริ่มต้น สนุกได้ทุกแมตช์ ทุกเวลา”

“พบกับประสบการณ์ใหม่ที่ จีคลับ คาสิโนออนไลน์ที่ปลอดภัยและได้รับความนิยมมากที่สุดในไทย”

“เล่น ไฮโลไทย แบบออนไลน์ สนุกกับเกมพื้นบ้านที่ได้รับความนิยมสูงสุดในประเทศไทย”

“ต้องการเครดิตฟรีเล่นสล็อต? เข้าไปที่ สล็อต168เครดิตฟรี.com เว็บที่มีโปรโมชั่นเด็ดและเกมให้เลือกเล่นหลากหลาย”

แหล่งที่มา:Milk Might Actually Be More Hydrating Than Water—Here’s What the Science Says